Chernobyl : บทเรียนประวัติศาสตร์จากเหตุการณ์จริง



Chernobyl (2019)
เชอร์โนบิล : มินิซีรีส์ถอดบทเรียนจากหนึ่งในภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงของมวลมนุษยชาติ

26 เมษายน 1986 เครื่องปฎิกรณ์หมายเลขสี่ ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ที่ตั้งอยู่ในยูเครน (ซึ่งตอนนั้นคือส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต)เกิดการลุกไหม้ ส่งผลให้ปริมาณกัมมันตรังสีจำนวนมหาศาลรั่วไหลออกมา ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิ่งมีชีวิตรอบๆโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้กินวงกว้างครอบคลุมพื้นที่กว่า 200 กิโลเมตร


มีผู้คนต้องอพยพออกจากพื้นที่เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้กว่า 335,000 คน พื้นที่ 30 กิโลเมตรรอบเตาปฏิกรณ์ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่หวงห้ามและกระแสลมได้พัดกัมมันตรังสีกระจายไปทั่วทั้งทวีป ครอบคลุมพื้นที่ตะวันตกของสหภาพโซเวียต ยูเครน เบลารุส สวีเดน ฟินแลนด์และอีกหลายประเทศในยุโรป


แม้เหตุการณ์จะผ่านมากว่า 33 ปีแล้ว แต่กัมมันตภาพรังสียังคงตกค้างอยู่
ความเข้มข้นของปริมาณรังสีที่รั่วไหลออกมาส่งผลให้เสื้อผ้าของนักดับเพลิงที่ใส่ในวันเกิดเหตุยังคงแผ่รังสีอันตรายออกมาจนถึงทุกวันนี้ นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใดๆอีกราว 20,000 ปี

เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลหลังเกิดอุบัติเหตุ


นี่คือเรื่องราวบางส่วนจาก Chernobyl มินิซีรีส์ความยาว 5 ตอน ของHBO
เป็นซีรีส์ที่ได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกจากนักวิจารณ์หลายสำนัก หนังให้รายละเอียดของเหตุการณ์ได้ดีมาก
ด้วยความยาว 5 ชั่วโมง จึงสามารถไล่ลำดับเหตุการณ์และอธิบายให้ผู้ชมอย่างเราทราบถึงต้นเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ ตั้งแต่หนึ่งวัน สองวัน หนึ่งสัปดาห์ จนถึงสี่เดือนหลังจากนั้น

ตัวละครหลักส่วนใหญ่คือบุคคลที่มีอยู่จริงตามประวัติศาสตร์
เหตุการณ์ที่เราได้ชมจากซีรีส์เรื่องนี้คือบทเรียนอันใหญ่หลวงของการจัดการกับวิกฤตของรัฐบาล รวมถึงความเลวร้ายของทางการที่พยายามปิดข่าว
จนส่งผลกระทบวงกว้างต่อผู้คนมากมาย


ภาพจากภาพยนตร์



ในบทความนี้ผมจะอธิบายลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่ซีรีส์ถ่ายทอดไว้
( สปอยด์เนื้อหาบางส่วน)


โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลแห่งนี้ใช้พลังงานนิวเคลียร์ผลิตกระแสไฟฟ้า หลักการทำงานคร่าวๆของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คือ การใช้ความร้อนจากปฎิกิริยาฟิชชั่น ทำให้น้ำกลายเป็นไอน้ำเพื่อหมุนกังหันสำหรับผลิตไฟฟ้า

ปฎิกิริยาฟิชชั่นนั้นเกิดจากการที่นิวเคียสของอะตอมแตกตัวเป็นสองส่วน
ซึ่งในปฎิกิริยานี้มวลของนิวเคียสส่วนหนึ่งจะหายไป กลายเป็นพลังงานออกมาและเกิดเป็นนิวตรอนใหม่อีก 2-3 ตัว ซึ่งจะวิ่งไปยิงนิวเคียสของอะตอมอื่นให้แตกตัวเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องไป


ซึ่งแร่ธาตุที่นำมาใช้เพื่อสร้างปฎิกิริยาฟิชชั่นคือ ยูเรเนียม หรือ พลูโตเนียม
สิ่งนี้เกิดขึ้น ณ แกนปฏิกรณ์ จะสร้างความร้อนที่สูงมาก ความร้อนเหล่านี้จะถูกนำออกมาผ่านตัวนำความร้อน ซึ่งก็คือ น้ำ,เกลือหลอมละลายหรือก๊าซคาร์บอนไดอออกไซค์ จนท้ายที่สุดตัวนำความร้อนกลายเป็นไอน้ำ และไปหมุนกังหันเพื่อผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าต่อไป



ด้วยระบบนี้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะต้องป้องกันและรักษาสมดุลเตาปฎิกรณ์ให้มีความสมดุลของความร้อน ซึ่งปกติจะมีระบบหล่อเย็น(น้ำ)คอยควบคุม ปัญหาคือเมื่อใดที่ขาดพลังงานที่ใช้ดันน้ำเข้าในระบบ(อาจเกิดจากสงคราม หรือปัจจัยอื่นๆที่ทำให้พลังงานหายไปชั่วคราว) อาจทำให้แกนปฎิกรณ์เกิดความร้อนสูงและระเบิดได้ ดังนั้นการทำงานของระบบหล่อเย็นจึงสำคัญมาก และจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เกิดจากการทดสอบระบบหล่อเย็นของเตาปฎิกรณ์หมายเลข4



เป็นการทดสอบว่าเมื่อเกิดเหตุขัดข้องกับแหล่งพลังงานในระบบหล่อเย็นแล้ว พลังงานสำรองจะใช้การได้หรือไม่ ?


การทดสอบนี้จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญในการปฎิบัติการ แต่วันนั้นโรงไฟฟ้าที่อยู่ใกล้เคียงปิดทำการทำให้ไม่สามารถทดสอบในช่วงกลางวันได้เพราะต้องคงกำลังการผลิตไฟฟ้าไว้เพื่อขดเชยกับกำลังการผลิตที่หายไป การทดสอบจึงถูกเลื่อนไปเป็นกลางคืน ซึ่งวิศวกรกะกลางคืน คือ วิศวกรหน้าใหม่ที่ประสบการณ์ไม่มากนัก จึงเกิดความผิดพลาดและไม่สามารถควบคุมระดับความร้อนในเตาปฎิกรณ์ได้ จึงตัดสินใจกดปุ่มปิดกลไกเพื่อรักษาระดับพลังงานไว้ แต่การกดปุ่มนี้ทำให้แท่งควบคุมจำนวน 200 กว่าแท่งที่ถอนออกมาตอนทดสอบระบบถูกใส่เข้าไปใหม่


สถานการณ์ที่ควรจะดีขึ้นกลับแย่ลง เมื่อแกนปฎิกรณ์มีความร้อนสูงมากเกินไปทำให้แกนเชื้อเพลิงแตกหักจนขวางช่องของแท่งควบคุม ทำให้แท่งควบคุมไม่สามารถเข้าไปยังช่องของมันได้ทั้งหมด เมื่อความร้อนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆก็เกิดการสะสมของไอน้ำ จนลุกลามทำให้แกนกลางของเตาปฎิกรณ์ระเบิด
ผลที่ตามมาคือการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีราว 30,000 รึนเกนส์ต่อชั่วโมง
( โดยปกติหากได้รับเพียง 500 รึนเกนส์ ในระยะเวลา 5 ชั่วโมง ก็ทำให้เสียชีวิตได้)


ความผิดพลาดเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้าหน้าที่ที่มาจัดการกับพื้นที่ไฟไหม้ไม่มีการสวมเครื่องป้องกันรังสีแม้แต่นิดเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะความชะล่าใจจากการใช้เครื่องวัดปริมาณรังสีในอากาศ ที่วัดค่าได้ว่ามีปริมาณรังสีมากกว่า 3.6 รึนเกนส์ ต่อชั่วโมง ที่วัดได้แค่นี้เพราะค่าที่เกิดขึ้นจริงเกินขีดจำกัดของเครื่อง ส่วนเครื่องที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่วัดค่าได้ถึง 1,000 รึนเกนส์นั้น พังอยู่ใต้ซากอาคารที่ล้มตัวลง
ด้วยเหตุนี้เองทำให้คนงานในพื้นที่รังสีเสียชีวิตทันทีขณะปฎิบัติหน้าที่ และส่วนที่เหลือถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา


แม้เหตุการณ์จะลุกลามบานปลายขนาดนี้...รัฐบาลก็ไม่ได้แจ้งเตือนประชาชน
นักดับเพลิงที่เข้าไปปฏิบัติหน้าก็ไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน...ประชาชนรอบโรงไฟฟ้าก็ออกมาดูเหตุการณ์กันบนสะพานใกล้ๆกับโรงไฟฟ้า
ซึ่งทั้งหมดเสียชีวิตในเวลาต่อมา....
( ราวสองสัปดาห์หลังเกิดเหตุการณ์ สะพานแห่งนี้จึงถูกขนานนามว่า " สะพานมรณะ " )


กว่าจะรู้ว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลต่อประชาชนในวงกว้างก็ล่วงเลยไปกว่า 36 ชั่วโมง...
ผู้คนราวสามแสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ในทันที... เป็นการอพยพแบบเร่งด่วน ทางการอนุญาตให้นำเพียงสิ่งของจำเป็นติดตัวไปเท่านั้น สมบัติและสิ่งของอื่นๆที่ถูกทิ้งไว้ในครั้งนั้น ยังคงอยู่ที่เดิมจนถึงทุกวันนี้


เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้...เพราะแม้เพลิงจากเตาปฎิกรณ์จะดับลงแล้ว แต่ซากของมันยังแผ่กัมมันตรังสีออกมาอย่างต่อเนื่อง ตรงนี้ต้องใช้แรงงานทหารกว่าสามพันคน เพื่อหย่อนตะกั่วลงบนซากโรงไฟฟ้าเพื่อลดปริมาณกัมมันตรังสีในเบื้องต้น เหตุที่ต้องใช้นายทหารจำนวนมากขนาดนี้ เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย ทุกคนที่ปฏิบัติภารกิจ จะต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันอย่างแน่นหนาและมีเวลาในการปฎิบัติการเพียงคนละ 40 วินาทีเท่านั้น


คนงานในเหมืองแร่กว่า 400 คน ถูกเกณฑ์มาขุดเส้นทางใต้โรงไฟฟ้า เพื่อยั้บยั้งการหลอมละลายของพื้นคอนกรีตใต้โรงไฟฟ้าซึ่งจะมีผลให้รังสีแผ่ลงมายังแหล่งน้ำใต้ดินและอาจแพร่กระจายลงแม่น้ำสายสำคัญได้ มีการคาดการณ์กันว่า คนงานเหมืองแร่เหล่านี้ เสียชีวิตก่อนวัย 40 ปี ไม่ต่ำกว่า 100 คน ซึ่งเป็นผลจากการทำงานใกล้ซากปฎิกรณ์


ภาพจากภาพยนตร์


ผู้คนทรัพยากรและเงินมากมายถูกนำมาใช้เพื่อลดปริมาณรังสีในพื้นที่....สัตว์ในพื้นที่ถูกฆ่าและฝังกลบด้วยปูนซีเมนต์ ขั้นตอนนี้กินเวลาหลายเดือน คิดเป็นความเสียหายมูลค่าไม่ต่ำกว่า 235 พันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ  ไม่นับรวมความเสียหายที่เกิดกับสุขภาพของประชากรในประเทศที่มีรายงานว่าผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ผู้คนราว 4,000 คน เป็นมะเร็ง และอาจมีผู้ได้รับผลกระทบจนเจ็บป่วยอีกเกือบแสนคน (ตัวเลขคาดการณ์)


ปัจจุบันซากโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลถูกครอบด้วยอาคารโลหะเพื่อป้องกันการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสี
และเมืองPripyat ที่ตั้งอยุ่ใกล้กับโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลก็ถูกทิ้งร้างมากว่า 30 ปี
มีข่าวว่า ช่วง 20 ปีหลังเริ่มมีคนลักลอบเข้าไปเก็บทรัพย์สินที่ถูกทิ้งไว้ในเมืองเพื่อนำมาใช้หรือนำไปขายต่อในตลาดมืด

ภาพของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลในปี 2017 : มีอาคารโลหะล้อมรอบซากเตาปฎิกรณ์ไว้

แม้เหตุการณ์จะผ่านไปนานแล้ว...แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ยังส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พื้นที่บริเวณรอบๆโรงไฟฟ้ายังคงมีสารกัมมันตรังสีอยู่ในระดับที่สูง.มาก..และมันจะยังเป็นแบบนี้ไปอีกนับหมื่นปี

หมายเหตุ : เหตุการณ์ในซีรีส์ จะเน้นไปที่ลำดับเหตุการณ์และตัวบุคคลจริงตามประวัติศาสตร์ โดยเน้นให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ การแก้ปัญหาของสหภาพโซเวียตที่นำพาตัวละครไปสู่จุดจบ มีการดัดแปลงเนื้อหาบางส่วนและใส่ตัวละครเชิงสัญลักษณ์เข้าไปบ้าง

เรื่องราวในซีรีส์จะมีความละเอียดกว่าในบทความเพราะเจาะลึกไปถึงผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
นับเป็นบันทึกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ถ่ายทอดออกมาได้น่าติดตาม แม้ช่วงต้นจะเนือยไปบ้าง แต่ก็เข้มข้นมากขึ้นในตอนหลัง
หากสนใจสามารถหาชมได้จากทาง HBO หรือที่  Ais Play (สมาชิกแบบพรีเมี่ยม)

เครดิตข้อมูล :
https://en.wikipedia.org/wiki/Chernobyl_disaster
https://pantip.com/topic/38944793
https://pantip.com/topic/34292582
https://www.beartai.com/lifestyle/333986
https://ngthai.com/history/21975/thechernobylexplained
https://www.greenpeace.org/thailand/story/2328/15stories-chernobyl
http://www.rmutphysics.com/PHYSICS/oldfront/102/1/nuclear1/nuclear_19.htm
http://projects-pdp2010.egat.co.th/projects4

ภาพประกอบจาก :
https://www.imdb.com
https://en.wikipedia.org/wiki/Chernobyl_disaster
http://projects-pdp2010.egat.co.th/projects4
https://pantip.com/topic/30669881
https://www.totallycoolpix.com ภาพโดย David Schindler



Share:

โพสต์ความคิดเห็น

Copyright © หนังหลายมิติ. Designed by OddThemes