Steve Jobs กับการก่อตั้ง Pixar Studio

จาก10 ล้าน สู่  7.4 พันล้านSteve Jobs กับการก่อตั้ง Pixar Studio


 ปี 1976 สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs)และ สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak)ร่วมกันก่อตั้งบริษัทแอปเปิ้ลขึ้นในโรงรถบ้านพ่อบุญธรรม ใครจะคิดว่าจากจุดเริ่มต้นเล็กๆนั้นจะขยายกลายมาเป็นบริษัทระดับโลกที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐในปัจจุบัน


9 ปี ต่อมา(1985)หลังก่อตั้งบริษัท...
สตีฟ จอบส์ ถูกกดดันอย่างหนักด้วยข้อหาเรื่องความไร้ประสิทธิภาพเพราะเครื่อง Macintoshรุ่นแรกไม่ประสบความสำเร็จประกอบกับบุคลิกส่วนตัวของเขาที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเกรี้ยวกราด โมโหร้าย ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ยาก ทำให้เขาต้องออกจากบริษัทที่ก่อตั้งมากับมือ


นั่นน่าจะเป็นจุดตกต่ำของชายชื่อสตีฟ จอบส์
แต่ไม่เลย...มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นในตำนานบทใหม่ของเขา


สตีฟ จอบส์ มีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทผลิตภาพยนตร์ชื่อ Lucusfilm
เพื่อนคนนั้นคือ จอร์จ ลูคัส (Josh Lucas)ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Star Wars นั่นเอง
เขาได้ซื้อทีมคอมพิวเตอร์กราฟฟิคและแอนิเมชั่นจาก Lucusfilm ในราคา 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐและแยกมาก่อตั้งบริษัทPixar Studio ในปี 1986 ซึ่งแม้ Pixar Studio จะก่อตั้งขึ้นมาแล้วแต่การจะสร้าง
แอนิเมชั่นสักเรื่องโดยใช้คอมพิวเตอร์แทนการวาดมือนั้นไม่ง่าย แถมยังต้นทุนก็สูงมาก
แต่นั่นคือความฝันของจอห์น แลสซีเตอร์ (John Lasseter)หนึ่งในทีมPixarที่เป็นอดีตพนักงานของ Disney


จอห์น  แลสซีเตอร์ ถูกไล่ออกจากDisneyเพราะพยายามผลักดันแอนิเมชั่นจากคอมพิวเตอร์ แต่ด้วยต้นทุนที่สูงมากDisneyจึงไม่สนใจและเขาก็ถูกไล่ออกในเวลาต่อมา

เมื่อคนมีฝันอย่างจอห์น แลสซีเตอร์  ได้มาพบกับมนุษย์มหัศจรรย์อย่างสตีฟ จอบส์ เราจึงได้เห็นสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นในวงการแอนิเมชั่น

 สามผู้ร่วมก่อตั้ง Pixar Studio : เอ็ดวิน แค็ตมัล (ซ้าย) - สตีฟ จอบส์ (กลาง) - จอห์น แลสซีเตอร์ (ขวา)

ถึงตอนนี้ Pixarมีเทคโนโลยีที่ช่วยทำให้ต้นทุนในการผลิตแอนิเมชั่นด้วยคอมพิวเตอร์ลดลงแล้ว
สตีฟ จอบส์ จึงเข้าไปเจรจากับ เจฟฟรีย์ แคตเซนเบิร์ก (Jeffrey Katzenberg)ประธานบริษัทDisney Pictures เพื่อขอเงินทุนมาผลิตแอนิเมชั่นเรื่องแรกของ Pixarและเมื่อการเจรจาบรรลุผลโปรเจคแรกของ Pixarจึงเริ่มขึ้น


ในส่วนของงานสร้างนั้น สตีฟ จอบส์ ไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆเลย เขาเป็นเพียงแต่คนดูผู้ให้คำวิจารณ์ในฐานะของผู้ชมเท่านั้น หลังจากนั้น4 ปี Toy Story(1995)แอนิเมชั่นเรื่องแรกของสตูดิโอ Pixarจึงเสร็จสมบูรณ์และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

จากทุนสร้าง 30 ล้านเหรียญ สามารถทำรายได้ในอเมริกาถึง 191 ล้านเหรียญ และรายได้รวมทั่วโลกกว่า 373 ล้านเหรียญ


จากความสำเร็จของ Toy Story ทำให้ Pixarผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
 A Bug's Life(1998), Toy Story 2(1999) ,Monsters, Inc.(2001),Finding Nemo(2003)
,The Incredibles(2004)จนมาถึงเรื่อง  Cars(2006)




จะเห็นว่าแอนิเมชั่นที่กล่าวถึงนี้ล้วนแต่ประสบความสำเร็จเรื่องรายได้
จุดเด่นในแอนิเมชั่นของ Pixarคือ แอนิเมชั่นที่ดูสนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีคาแรคเตอร์ตัวละครที่ชัดเจน โดดเด่นและเนื้อหาที่สนุก มีความขี้เล่นแบบเด็กๆ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยประเด็นและแง่คิดสอนใจแบบผู้ใหญ่
หลายเรื่องมีแก่นที่ลุ่มลึกและตีความได้หลายระดับ เป็นแอนิเมชั่นในสไตล์เฉพาะตัวของ Pixar
ซึ่งจุดแข็งเหล่านี้แลกมาด้วยการทำงานที่ละเอียดทุกขั้นตอนในการทำงานด้านภาพและบทภาพยนตร์


เมื่อใกล้ครบกำหนดสัญญาที่ทางDisney Picturesทำไว้กับPixar Studio(ทั้งหมด 7 เรื่อง)
ทาง Disneyเล็งเห็นในศักยภาพของ Pixarจึงทำการซื้อ Pixarโดยแลกหุ้นของ Disney มูลค่ากว่า 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 7 เปอร์เชนต์ของมูลค่าหุ้นDisneyทั้งหมดให้กับสตีฟ จอบส์ เป็นอันว่าจากเงินทุน 10 ล้านเหรียญที่จอบส์ลงทุนไปในตอนแรกได้งอกเงยเป็น 7.4 พันล้านเหรียญในเวลา 20 ปี



นอกจากตัวเงินแล้ว...สิ่งที่สตีฟจอบส์ได้จาก Pixarก็คือ วิธีการทำงานที่เปลี่ยนไป
ว่ากันว่าการที่สตีฟ จอบส์ ได้เข้ามาร่วมงานกับ Pixarทำให้เขาได้เปลี่ยนตัวเองจากชายขี้โมโห ไม่ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่นมาเป็นคนที่เปิดใจรับฟัผู้อื่นมากขึ้น เพราะการทำงานใน Pixarนั้น สตีฟ จอบส์ ไม่ได้มีส่วนในขั้นตอนการผลิตเลย เป็นแต่เพียงผู้ให้ความเห็นในฐานะผู้ชม

และนี่คือส่วนหนึ่งในช่วงชีวิตของสตีฟ จอบส์ ที่เขาได้มีส่วนร่วมในบริษัทแอนิเมชั่นชื่อดังอย่าง Pixar Studio



จนถึงปัจจุบันPixar Studio ผลิตแอนิเมชั่นออกมาแล้วรวม 21 เรื่อง  และกำลังจะมีผลงานรอเข้าฉายในปี 2020 อีก 2 เรื่องคือ Onward และ Soul

Onward (2020)
Soul (2020)




จากจุดเริ่มต้นในแผนกหนึ่งของ Lucusfilm มาวันนี้ Pixar Studio ได้กลายมาเป็นบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชั่นคุณภาพอันดับต้นของโลกไปเรียบร้อยแล้ว และพวกเขายังคงยึดถือในปรัชญาการทำงานที่สตีฟ จอบส์ บอกกับพวกเขาเสมอมาว่า  " Make it great "



" สตีฟให้โอกาสและเชื่อในความฝันบ้าๆของพวกเราในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากคอมพิวเตอร์
 สิ่งหนึ่งที่เขามักจะบอกกับพวกเราเสมอ คือ  ' ทำมันให้ยอดเยี่ยม '
และเขาคือเหตุผลที่เรายังคงอยู่บนเส้นทางนี้ ความแข็งแกร่ง ความซื่อสัตย์ และความรักที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตของเขาทำให้พวกเราทุกคนดีขึ้น เขาจะเป็นส่วนหนึ่งในดีเอ็นเอของ Pixarไปตลอดกาล "
           จากถ้อยคำแถลงของจอห์น แลสซีเตอร์ และ เอ็ดวิน แค็ตมัล สองผู้ร่วมก่อตั้ง Pixar Studio
ที่ได้แถลงไว้หลังการเสียชีวิตของสตีฟ จอบส์ ในปี 2011


สามารถติดตามบทความเของหนังหลายมิติเพิ่มเติมได้ที่ :
Fanpage : facebook.com/nunglaimiti
Blockdit : www.blockdit.com/cinema8d

เครดิตข้อมูล :
https://www.blueoclock.com/steve-jobs-apple-story
https://sites.google.com/site/kallayayenpang
https://jingpixar.wordpress.com/about
https://www.boxofficemojo.com/release/rl1400342017
https://en.wikipedia.org/wiki/Pixar
https://www.biography.com/news/steve-jobs-pixar-animation-history
https://www.fastcompany.com/3028955/how-steve-jobs-changed-pixar-and-how-pixar-changed-steve-jobs
https://www.barrons.com/articles/apple-microsoft-trillions-dollars-most-valuable-51571071370

เครดิตรูปภาพ :
http://www.intuic.com/blog/index/view/id/131
http://stevediggins.com/2014/03/22/ed-catmulls-new-book-creativity-inc-about-pixar
https://www.imdb.com




Share:

แสดงความคิดเห็น

Copyright © หนังหลายมิติ. Designed by OddThemes