คนตัดคน : กลโกงขั้นเทพของโคตรเซียน




คนตัดคน (God of Gamblers)เข้าฉายครั้งแรกในปี 1989 ยุคสมัยที่หนังฮ่องกงรุ่งเรือง
เป็นหนังแนวแอคชั่นคอมมาดี้ ที่รวมดาราระดับซุปเปอร์สตาร์ไว้มากมาย โดยเฉพาะสองนักแสดงนำอย่างโจวเหวินฟะ และ หลิวเต๋อหัว หนังประสบความสำเร็จด้านรายได้เป็นอย่างมาก จนมีการสร้างภาคต่อตามมาอีกมากมาย และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ชมได้รู้จักกับตัวละครระดับตำนานอย่าง " เก๋าจิ้ง "


" เก๋าจิ้ง " คือนักพนันอันดับหนึ่งของโลก เจ้าของฉายา " โคตรเซียน "
เขาคืออาจารย์ของอาจารย์ของอาจารย์ที่มีคนอยากสมัครเป็นลูกศิษย์มากมาย ด้วยความครบเครื่องทั้งจิตวิทยาขั้นสูง ประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมจนสามารถรู้แต้มลูกเต๋าได้จากการฟังเสียง การเปลี่ยนหน้าไพ่ที่ว่องไวปานเทพเจ้า รวมถึงทักษะต่างๆที่นักพนันต้องมี ล้วนอยู่ในตัวของเก๋าจิ้งทั้งหมด แต่ถึงจะไร้เทียมทานแค่ไหน เก๋าจิ้งก็เป็นได้แค่โคตรเซียนในหนัง ไม่มีทางที่คนแบบนี้จะมีอยู่ในโลกความจริง



ใช่ครับ...เก๋าจิ้ง ไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่ตัวละครตัวนี้น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากชาวจีนคนหนึ่ง

 
"จอห์นนี่ ชาน" หรือ "เฉินเชี่ยนหนี" (Chen Qiangni) ชายจากหวางโจวผู้อพยพครอบครัวมาอยู่ฮ่องกงในปี 1962 ที่นี่...เขาได้ศึกษาวิชาการพนันจนช่ำชอง ก่อนจะย้ายไปอยู่อเมริกาในปี 1968  

การพนันถือเป็นสิ่งถูกกฏหมายในบางรัฐของอเมริกา มีเซียนพนันอยู่ตามคาสิโนต่างๆมากมาย มีการวัดฝีมือเพื่อจัดอันดับเซียนพนันเหล่านี้ และหนึ่งในรายการพนันที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ก็คือ " การแข่งขันโป๊กเกอร์ชิงแชมป์โลก " World Series of Poker (WSOP) มีนักพนันกว่าร้อยชีวิตเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้  ผู้เข้าร่วมมาจากหลากหลายประเทศ โดยแต่ละคนจะเสียค่าสมัคร 10,000 เหรียญ


"จอห์นนี่ ชาน" เป็นชาวเอเชียคนแรกที่ร่วมแข่งขันรายการนี้ เขาวนเวียนอยู่ในวงการหลายปี จนคว้าแชมป์โลกโป๊กเกอร์ได้สำเร็จในปี 1987 และรักษาแชมป์ไว้ได้อีกครั้งในปี 1988 ก่อนจะมาพลาดท่าได้รองแชมป์ในปี 1989 


ในหนังเรื่องคนตัดคน  " เก๋าจิ้ง " มีบุคลิกที่ประหลาดอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การไม่ถ่ายรูป การกินช็อคโกแล็ตขณะเล่นพนัน (ท่ากินเท่มาก) รวมไปถึงการนั่งหมุนแหวนหยกที่นิ้วมือขณะที่ใช้ความคิด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนจดจำเก๋าจิ้งได้เป็นอย่างดี 

"จอห์นนี่ ชาน" ก็มีบุคลิกประหลาดแบบนี้เช่นกัน เขามักจะวางส้มผลหนึ่งไว้ใกล้ตัวขณะเล่นพนัน บางทีก็หมนุนส้มไปมา บางทีก็แกะกลีบส้มขึ้นมากิน เขาบอกว่า ส้มเป็นผลไม้นำโชคของเขา การหมุนส้ม การทานส้ม ทำให้จิตใจสงบ ซึ่งความนิ่ง ความสงบของจิตใจ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในเกมโป๊กเกอร์ เพราะมันเป็นเกมที่ต้องอาศัยจิตวิทยาเข้าช่วยในการเกทับ วางเงิน เพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ให้ยอมหมอบ 
อย่างไรก็ดี หลังจากเสียแชมป์โลกไปในปี 1989 เขาก็ไม่เคยคว้าแชมป์ได้อีกเลย



ความยิ่งใหญ่ของเขายังไม่จบแค่นี้...เพราะในปี 1995 เขาได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการโป๊กเกอร์ ในเกมที่เขาได้แข่งขันกับ อาร์ชี่ คาร์ราส ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักพนันโป๊กเกอร์ที่ชอบเกทับด้วยเงินจำนวนมาก พวกเขาวางเงินเดิมพันกันในตานี้สูงถึง 1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ นับเป็นการวางเดิมพันที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเล่นโป๊กเกอร์ (ในหนึ่งตา)

เมื่อ จอห์นนี่ ชาน ต้องเจอกับเดิมพันที่หนักขนาดนี้ เขาเกือบจะถอดใจไปแล้ว เพราะว่ามีเงินไม่พอ 
แต่ด้วยความช่วยเหลือของนักพนันรุ่นพี่อย่าง ไลล์ เบอร์แมน ที่ยอมควักเงินช่วยเขาในตานี้ 
ก็ทำให้ในท้ายที่สุด จอห์นนี่ ชาน สามารถเอาชนะอาร์ชี่ คาร์ราส และคว้าเงินเดิมพัน 1 ล้านดอลล่าร์มาครองได้สำเร็จ


เขาวนเวียนอยู่กับการแข่งขันโป๊กเกอร์รายการต่างๆ และสามารถคว้าแชมป์มาได้มากมาย จนปี 2002 ชื่อของเขาก็ถูกบรรจุเข้าสู่โป๊กเกอร์ ฮอลล์ ออฟ เฟม ของอเมริกา ในฐานะของชายผู้ครองรางวัล World Series of Poker(WSOP)มากกว่าสิบรายการขึ้นไป นอกจากนี้ เขายังได้รับเชิญให้ไปปรากฏตัวในหนังฮ่องกงเรื่อง  Poker King ในปี 2009 อีกด้วย

ความสำเร็จของ " จอห์นนี่ ชาน " เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากกับคนทั่วไป
โอกาสที่คนๆหนึ่งจะประสบความสำเร็จจากการพนันมีไม่ถึงหนึ่งในล้าน 
ไฟอาจจะส่องให้เราเห็นนักพนันเพียงไม่กี่คนที่โดดเด่น แต่ในมุมมืดอีกฟากหนึ่ง มีนักพนันเป็นล้านคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว



ความโลภเปรียบเหมือนแสงไฟที่จุดเพื่อล่อบรรดานักพนันเข้ามาสู่กองเพลิงแห่งหายนะ

ในประเทศไทย...การพนันเป็นสิ่งผิดกฏหมาย เป็นอบายมุขร้ายแรงที่ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม...ยังพบว่ามีการเปิดบ่อนแบบผิดกฏหมาย หรือ มีการแอบเล่นกันอยู่ ผู้คนมากมายหวังใช้การพนันเป็นทางลัดไปสู่ความร่ำรวย .... แต่พวกเขาคิดผิด
การพนันไม่ใช่เรื่องของความน่าจะเป็น ไม่ใช่เรื่องโชค ไม่ใช่เรื่องดวง มันไม่ใช่อะไรแบบที่นักพนันคิด

มันคือเรื่องของ " การโกง "

ในวงการนี้มีโคตรเซียน ... แต่เขาไม่ได้อยู่ฝั่งผู้เล่นเช่นในหนัง
โคตรเซียนในที่นี้ คือ บรรดานักทำไพ่ที่บ่อนผิดกฏหมายจ้างมา
เขาคือผู้มีทักษะขั้นสูง ที่ฝึกฝนการสร้างวงจรไพ่มาเป็นอย่างดี 

พวกเขาจะล่อเหยื่อด้วยการให้รางวัลในช่วงแรก หลังจากเหยื่อติดเบ็ดแล้ว เซียนไพ่ก็จะเริ่มแผนการของเขา เขาฝึกมาตั้งแต่การสับไพ่ การกรีดไพ่ ต้องสับอย่างไรให้ดูเหมือนสับแต่ไม่ได้สับ... ไพ่ทุกใบยังอยู่เหมือนเดิม

ต่อให้ตัดไพ่ ล้างไพ่ ทุกอย่างก็ให้ผลลัพธ์เช่นเดิม
การฝึกฝนอย่างยาวนาน ทำให้มือของเขา ไวกว่าตาของเรา

ในการเล่นมายากล มีเทคนิคที่น่าทึ่งอยู่อันหนึ่ง เรียกว่า " การบังคับเลือก "
เทคนิคนี้ผู้ชมจะได้คิด ได้เลือก หรือ แม้กระทั่งได้จับไพ่เองตั้งแต่ต้นจนจบ 
เขาจะถูกหลอกให้เชื่อว่า ทุกสิ่งที่ทำถูกควบคุมโดยเขาเอง .... แต่ไม่ใช่เลย สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันอยู่ในแผนการของนักมายากลอยู่แล้ว

เซียนพนันก็เช่นกัน ... เขาถูกฝึกฝนมาแบบนี้ 
เหยื่อจะรู้สึกว่าเขาควบคุมทุกอย่าง แต่ความจริงแล้ว คนที่คุมทุกอย่างคือเซียนพนัน 
ไพ่จะถูกจัดวางในแบบที่พวกเขาได้วางแผนไว้
ต่อให้พยายามแค่ไหน ก็ไม่มีทางเปลี่ยนผลลัพธ์ได้



พวกเขาจะเริ่มกรีดไพ่เพื่อมองหาใบที่ต้องการ
หลักการง่ายๆในการทำไพ่ คือ ถ้าสามารถทำให้ไพ่ใบที่ต้องการขึ้นไปอยู่บนสุดหรือล่างสุดของกองได้ก็เป็นอันจบ

หากเริ่มด้วยการล้างไพ่ พวกเขาจะให้ไพ่ที่ต้องการอยู่ล่างสุด จากนั้นก็ทำท่าเกลี่ยไพ่ไปเรื่อยๆโดยให้ไพ่ใบอื่นๆอยู่ด้านบนของไพ่ที่ต้องการจัด และตอนรวบก็อาศัยทักษะที่ฝึกฝนมารวบไพ่อย่างรวดเร็ว ถึงตอนนี้ไพ่ใบที่ต้องการก็อยู่ด้านล่างสุดของกองเรียบร้อยแล้ว

การสับไพ่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง พวกเขาฝึกฝนการสับไพ่หลากหลาย ตั้งแต่การสับที่ไม่ได้สับ 
การสับทีละใบเพื่อทำไพ่ การสับคู่เพื่อทำให้ไพ่ที่ต้องการไปรวมกันอยู่ด้านล่าง เทคนิคผสมผสานเพื่อสับไพ่แล้ววางตำแหน่งไพ่ตามจำนวนผู้เล่นที่ต้องการล็อคผลลัพธ์ ไล่ไปจนถึงการแจกไพ่ พวกเขาสามารถแจกไพ่ให้ผู้เล่นหนึ่งใบ แต่แจกให้ตนเองสองใบได้โดยไม่มีใครรู้ เมื่อมีไพ่ในมือมากกว่าก็มีความได้เปรียบ
แต่โดยมากไพ่ที่เพิ่มมานั้น เพื่อสร้างให้มีทางเลือกให้ชนะแบบสูสีมากขึ้น ไม่ได้มีผลใดๆต่อเกม เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ชนะอยู่แล้ว 

เขาไม่ได้กินเหยื่อทุกตา ... บางตาให้เหยื่อชนะบ้าง 
บางตาให้คนในทีมที่แฝงอยู่กับผู้เล่นอื่นๆชนะบ้าง 

ยังมีเทคนิคอีกมากมายที่พวกเขาทำได้ ... เช่นการแจกไพ่ที่หลอกตาว่าแจกใบบนสุด แต่ที่จริงแล้วไพ่ที่แจกนั้นมาจากใบล่างสุด การจับไพ่คู่ให้ดูเหมือนเป็นใบเดียว การเปลี่ยนไพ่ในมือด้วยการถู การลูบไพ่ (แบบที่อาซิงในคนตัดคนภาดสองทำได้...แต่ไม่ใช่พลังจิต เป็นทริคมายากลธรรมดา)

การซ่อนไพ่ผ่านเครื่องมือไฮเทคต่างๆ เช่น เนคไทด์ เสื้อแบบพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ กระเป๋าซ่อนไพ่ แว่นที่มองเห็นตำหนิของไพ่ ลูกเต๋าที่บังคับได้จากรีโมต ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเครื่องมือโกง



คุณไม่มีวันชนะในเกมที่ถูกออกแบบมาให้แพ้

วิธีการต่างๆที่นำเสนอในบทความนี้ ผมได้มาจากคำสารภาพของโคตรเซียนในวงการพนัน
เขาคือ ชายผู้เคยทำเงินได้สูงถึง 4 แสนบาทต่อวัน ชายผู้มีเงินในบัญชีนับสิบล้านบาทจากการโกง
.
.
.
และก็เป็นคนเดียวกันกับชายผู้สูญเสียทุกอย่างที่หามาได้จนหมดสิ้น

" การพนันมันเป็นเงินร้อน เงินที่เราได้มามันเป็นเงินสาปแช่ง เขาไม่ได้ให้เรามาด้วยความเต็มใจ
 เขาให้มาด้วยความร้อน เขาเสียไป...ไม่มีเงินไปให้ลูกกินข้าว ซื้อกับข้าวกิน  ให้ค่าเทอม เรากินเขามา เงินมันร้อน ก็เหมือนได้ไม่จริง นักพนันไม่มีใครรวย มีอันเป็นไปหมด ทุกอย่างหายหมด ไม่มีวันเจริญ ไปลงทุนเปิดบริษัทก็เจ๊ง เล่นหุ้นก็เจ๊ง เพื่อนมายืมไปก็เจ๊ง ไม่ได้คืน ครอบครัวป่วย เก็บเงินไปรักษา ใช้จนหมด...ทำอะไรก็ไม่ได้ มันหายหมด "  จากคำสารภาพของ "เฮียหลง" อดีตเซียนพนัน


เครดิตข้อมูล :
เทปรายการ " Super 60+ อัจฉริยะพันธุ์เก๋า " 
เฮียหลง เทพเรียกทวด สุดยอดมือไว ดีดนิ้วเปลี่ยนไพ่ ไม่ธรรมดา ! 
วีดีทัศน์ชุด " แฉกลโกงพนัน "


Share:

โพสต์ความคิดเห็น

Copyright © หนังหลายมิติ. Designed by OddThemes