The Last Dance : น้ำตาหลังเกมของไมเคิล จอร์แดน



The Last Dance : น้ำตาหลังเกมของไมเคิล จอร์แดน

การกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งของทีมชิคาโกบูลส์ในปี 1996 นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก
แต่ใครจะรู้ว่าหลังจบเกม มีชายคนหนึ่งนอนร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้นห้องพักนักกีฬา
ชายคนนั้น คือ " ไมเคิล จอร์แดน " 
อะไรทำให้เขาหลั่งน้ำตาในวันที่ได้รับชัยชนะ เรื่องนี้คงต้องย้อนกลับไปในปี 1993


ปี 1993 คือ ยุครุ่งเรืองของชิคาโกบูลส์
พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ NBA และเป็นทีมแรกในรอบยี่สิปปีที่ได้แชมป์ติดต่อกันสามสมัย (1991-1993)
นับเป็นความสำเร็จสูงสุดของไมเคิล จอร์แดน ผู้ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาลของ NBA
เขาได้ก้าวมาถึงจุดที่ยังไม่เคยมีนักบาสเกตบอลคนใดทำได้มาก่อน 

การมาถึงยอดเขาแห่งความสำเร็จนี้ แลกมาด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวด เขาท้าทายตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า และวันนี้มันคือจุดที่ความท้าทายเดิมๆจบลง ไมเคิลหมดความกระหายในการเล่นบาส เขาต้องตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือหยุดแค่นี้ ?

ความฝันในวัยเด็กของไมเคิลคือการได้เล่นลีคเบสบอลระดับอาชีพ มันไม่ใช่เพียงความฝันของเขาคนเดียว
แต่เป็นความฝันร่วมกันกับเจมส์ จอร์แดน ผู้เป็นพ่อซึ่งไมเคิลเคารพรักที่สุด

ไมเคิล จอร์แดน และพ่อของเขา


เมื่อไมเคิลตัดสินใจเกษียณตนเอง เขาบอกกับพ่อว่าจะไปเล่นเบสบอล 
พ่อของเขาตอบกลับเพียงสั้นๆว่า " ทำเลย "
นี่คือบทสนทนาสุดท้ายของเขากับพ่อ เพราะหลังจากนั้นเจมส์ จอร์แดนก็เสียชีวิตเนื่องจากถูกฆาตกรรมชิงทรัพย์ นับเป็นความสูญเสียครั้งรุนแรงที่สุดในชีวิตของไมเคิล เขาทิ้งวงการบาสเกตบอลและหันไปเล่นเบสบอลให้กับทีมเบอร์มิงแฮม บารอนส์  ส่วนหนึ่งเพื่อเยียวยาจิตใจตนเอง อีกส่วนหนึ่งเพื่อเดินตามความฝันของเขาและพ่อ



หลังจากที่ไมเคิล จอร์แดนออกจากทีม สก็อตตี้ พิพเพ่นได้ขึ้นมาเป็นกำลังหลัก เขาฉายแววโดดเด่นขึ้นมาทันทีแต่ก็ยังไม่ดีพอสำหรับการเป็นแชมป์
ในปี 1994 ชิคาโก บูลส์ไปได้ไกลสุดที่รอบรองชนะเลิศสายตะวันออก พวกเขาพลาดท่าและแพ้ให้กับนิวยอร์ค นิกส์ ในรอบนี้

ไมเคิล จอร์แดนลงเล่นลีคเบสบอลได้ปีกว่าก็คิดถึงบาสเกตบอล 
เขากลับมาร่วมซ้อมกับเพื่อนและตัดสินใจกลับมาเล่นให้ทีมอีกครั้ง ตอนนั้นเป็นช่วงท้ายของฤดูกาลแข่งขันปี 1995 การกลับมาของไมเคิลได้จุดประกายความหวังให้กับทุกคนในทีม พวกเขาจะต้องคว้าแชมป์ปีนี้ให้ได้

ลึกๆแล้วไมเคิลมีความกังวลมากเพราะเขาห่างจากการแข่งขันไปนาน
ผู้ชมคุ้นเคยกับไมเคิล จอร์แดน ชายอัจฉริยะผู้สวมเสื้อหมายเลข 23 แต่การกลับมาครั้งนี้เขาเปลี่ยนไปใช้หมายเลข 45 ซึ่งเป็นเลขที่เคยใช้ตอนเรียนไฮสคูล

ต่อมาภายหลังเขาก็เปลี่ยนกลับมาใช้หมายเลข23 ตามเดิม เพราะอยากดึงความรู้สึกเก่าๆในสมัยที่ยังรุ่งเรืองกลับมา ซึ่งวันที่กลับมาสวมหมายเลข 23 เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ในเกมนั้นชิคาโก บูลส์สามารถเอาชนะออร์แลนโด แมจิคไปด้วยสกอร์ 104 ต่อ 94 โดยไมเคิลทำไปทั้งหมด 38 คะแนน 
ถึงเกมนั้นจะออกมาดีแต่เมื่อเล่นไปได้ 6 เกม ออร์เลนโด้ แมจิคก็เอาชนะไปด้วยผลรวม 4 ต่อ 2 เกม เป็นอีกปีที่ชิคาโกบูลส์พ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศ



ไมเคิลใช้เวลา 15 เดือนเพื่อปรับร่างกายให้เหมาะกับการเล่นเบสบอล ร่างกายของเขาจึงมีปัญหาเมื่อกลับมาเล่นบาส เพราะบาสเกตบอลใช้ความแข็งแกร่งของช่วงอกและไหล่มากกว่าเบสบอล การกลับมาครั้งนี้จึงเร็วเกินไปสำหรับเขา

หลังจบฤดูกาลไมเคิลกลับมาฟิตซ้อมร่างกายตนเองอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งในปีถัดไป
ช่วงนั้นเขาได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Space Jam ซึ่งไมเคิลได้บอกเงื่อนไขการรับงานว่าจะต้องมียิมให้เขาได้ซ้อมบาสในกองถ่าย ซึ่งค่ายหนังก็ตกลง ไมเคิลบริหารเวลาแต่ละวันอย่างคุ้มค่า หลังถ่ายหนังเสร็จเขาจะซ้อมบาสและฟิตร่างกายต่อทันที ทำแบบนี้ทุกวัน
และความพยายามก็ส่งผลในฤดูกาลถัดไป



ปี 1996 เป็นปีที่ชิคาโก บูลส์แข็งแกร่งมาก พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถเอาชนะได้ถึง 72 ครั้ง จาก 82 เกม เป็นการสร้างสถิติใหม่ให้กับ NBA ด้วยสถิติชนะสูงสุดตั้งแต่ที่เคยมีการแข่งขันมา 
และคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศสายตะวันออกปีนั้นก็คือ " ออร์แลนโด แมจิค " ทีมคู่แค้นที่เขี่ยพวกเขาตกรอบปีก่อน 

คราวนี้ชิคาโก บูลส์ ล้างแค้นได้สำเร็จ พวกเขาคว้าแชมป์สายตะวันออกด้วยการถล่มออร์แลนโด แมจิคขาดลอย 4 ต่อ 0 เกม

คู่ชิง NBA ปีนั้นจึงเป็นการพบกันระหว่างชิคาโก บูลส์ แชมป์สายตะวันออก กับ ซีแอตเทิลซุปเปอร์โซนิค แชมป์สายตะวันตก ทั้งสองทีมเล่นกันอย่างเต็มที่ หลังผ่านไป 5 เกม ชิคาโก บูลส์ นำอยู่ด้วยสกอร์ 3 ต่อ 2 เกม หากชิคาโก บูลส์สามารถเอาชนะเกมที่หกได้ พวกเขาจะคว้าแชมป์ทันที

เกมที่หกเกิดขึ้น ณ สนามของชิคาโก บูลส์ วันที่  16 มิถุนายน ปี 1996 ซึ่งตรงกับวันพ่อของสหรัฐฯ 
พ่อมีความสำคัญกับไมเคิลมาก ตลอดเวลาที่ไมเคิลเล่นบาส จะมีพ่อเป็นกำลังใจอยู่ข้างสนามเสมอ
หากวันนี้เจมส์ จอร์แดนยังอยู่ เขาจะไม่พลาดการแข่งนัดนี้อย่างแน่นอน

วันนั้นไมเคิลเล่นได้ดีมาก ทำให้ชิคาโก บูลส์คว้าแชมป์ NBA สมัยที่สี่มาครองได้สำเร็จ 
ไมเคิลให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า " วันพ่อเป็นวันที่มีความหมายกับผมมาก ผมรู้ว่าพ่อกำลังดูอยู่ แด่ภรรยาผม ลูกๆ แม่ พี่ชาย พี่สาว และนี่สำหรับพ่อครับ ผมดีใจมาก "
ไมเคิลพยายามข่มความรู้สึกของตัวเอง เขาไม่อยากร้องไห้ตอนให้สัมภาษณ์ และทันทีที่การสัมภาษณ์จบลง เขาเดินเข้าห้องพัก ล้มตัวลงนอนและน้ำตาก็ไหลออกมา 

ความกดดันที่ต้องแบกรับจากชื่อเสียงและความสำเร็จ ความเหงาความเศร้าจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทุกสิ่งที่เคยอัดอั้นไว้ได้พังพลายลงวันนั้น



วันที่ความสำเร็จควรจะมีความหมายมากกว่านี้ถ้ามีพ่ออยู่ข้างๆ ไมเคิลอยากให้พ่อเห็นความสำเร็จครั้งนี้
การพาทีมคว้าแชมป์สามสมัยติดต่อกันเป็นเรื่องยาก แต่การกลับมาเพื่อรักษาแชมป์นั้นยากยิ่งกว่าและเขาก็ทำได้ ชิคาโก บูลส์ ได้สร้างตำนานขึ้นอีกครั้ง พวกเขาคว้าแชมป์สามสมัยติดต่อกันเป็นรอบที่สอง ในปี 1996 , 1997 และ 1998 

แชมป์หกสมัยในแปดปีเกิดจากความร่วมมือของทุกคน ความพยายาม และการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค
มีหลายเกมที่พวกเขาเกือบจะแพ้และมีเวลาเหลือเพียงเสี้ยววินาที แต่สุดท้ายก็สามารถพลิกสถานการณ์มาได้ 

ลูกชู้ตสุดท้ายก่อนหมดเวลาคือตัวตัดสินชี้ขาด พวกเขาไม่ลดละหากเวลายังเหลือยู่
ปาฏิหารย์เกิดขึ้นเพราะพวกเขาเชื่อมั่น มุ่งมั่นและเอาจริงเอาจังกับเป้าหมาย
สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะทุกคนต่างเชื่อมั่นในกันและกัน 
ชิคาโก บูลส์ ชุดนี้จึงถูกยกย่องให้เป็นทีมที่ดีที่สุดตลอดกาล 
เช่นเดียวกับชายผู้สวมหมายเลข 23 ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาลเช่นกัน


       " ฉันจะคิดเรื่องชู้ตพลาดทั้งที่ยังไม่ได้ชู้ตไปทำไม "
                                                 ไมเคิล จอร์แดน 

เครดิตข้อมูล :
ส่วนหนึ่งจากสารคดีชุด " The Last Dance " จำนวน 10 ตอน (รับชมได้ทาง Netflix)
ข้อมูลที่ได้อ่านด้านบนนี้ เป็นเพียงเนื้อหาประมาณ 15 เปอร์เซนต์ของเนื้อเรื่องทั้งหมด
ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนดู ทุกช่วงเวลาที่สารคดีถ่ายทอดออกมาเป็นบทเรียนที่ดีมาก
หลังดูจบเราจะรู้ทันทีว่าทำไม ไมเคิล จอร์แดน จึงเป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จที่สุดใน NBA
เขาไม่ใช่เพียงนักกีฬาที่มีชื่อเสียงแต่ยังเป็นบุคคลแห่งแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในยุค 90 อีกด้วย 
นี่คือสารคดีที่อยากจะแนะนำให้ชมครับ

ภาพประกอบจาก :


Share:

โพสต์ความคิดเห็น

Copyright © หนังหลายมิติ. Designed by OddThemes