Rosemary's Baby (1968) : หนังสยองขวัญต้องคำสาปของโรมัน โปลันสกี้




เมื่อโรเบิร์ต อีแวน ผู้บริหารของพาราเม้าท์ พิคเจอร์ มีโครงการที่จะนำนิยายสยองขวัญเรื่อง Rosemary's Baby ของ ไอร่า เลวิน (Ira Levin) มาทำเป็นภาพยนตร์ เขาจึงติดต่อโรมัน โปลันสกี้ ให้มากำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ 


ซึ่งเนื้อหาของนิยายเรื่อง Rosemary's Baby นั้น ทั้งสยองขวัญและท้าทายต่อความเชื่อของผู้คนเป็นอย่างมาก มีการนำประเด็นเรื่องการกำเนิดของพระเยซูคริสต์ มาดัดแปลงและเสียดสีผ่านเนื้อหาของนิยาย โดยการสร้างตัวละครให้มีการตั้งครรภ์ และดำเนินเรื่องไปสู่บทสรุปที่ถือว่าเป็นการท้าทายต่อพระเจ้า 


โปลันสกี้เลือกที่จะทำหนังออกมาให้ตรงกับฉบับนิยายมากที่สุดและนั่นก็ทำให้เนื้อหาของหนังมีความตรงไปตรงมาในการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อต้านพระเจ้า


ความโดดเด่นของหนังเรื่องนี้ก็คือ ความสยองที่เกิดจากการพบเจอเหตุการณ์ต่างๆของโรสแมรี่ ซึ่งเป็นความหลอนที่ทำให้ผู้ชมตื่นเต้น ขนลุกและหวาดผวาไปพร้อมกับตัวละคร โดยที่ไม่มีผี หรือ ปีศาจโผล่มาแบบโจ่งแจ้งแม้แต่ครั้งเดียว


หนังเข้าฉายปี 1968 และในปี 1969 โปลันสกี้ก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สยองขวัญที่มีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ แม้บริบทและความสูญเสียจะต่างกัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาก็เหมือนจะเป็นโลกคู่ขนานของ Rosemary's Baby




เป็นการยากที่จะเขียนถึงเรื่องนี้โดยที่ไม่เปิดเผยเนื้อหาของหนัง เอาเป็นว่า...ผมจะพยายามเขียนสปอยด์เนื้อหาให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบกับอรรถรสของผู้อ่านเมื่อไปดูหนัง


Rosemary's Baby เป็นเรื่องราวของโรสแมรี่ กับ กาย วู้ดเฮ้าส์ สองสามีภรรยาที่รักกันมาก ทั้งคู่ได้มองหาที่พักแห่งใหม่ที่พวกเขาจะเริ่มต้นสร้างครอบครัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมีลูก โดยสถานที่ที่ทั้งสองเลือกก็คือ อพาร์เม้นท์สุดหรูใจกลางเมือง ซึ่งแม้ที่นี่จะมีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นในอดีตแต่พวกเขาก็ไม่สนใจ 


การย้ายมาอยู่ที่อพาร์ทเม้นต์แห่งนี้ก็ดำเนินไปอย่างปกติ จนกระทั่งพวกเขาได้มารู้จักกับโรมัน และ มินนี่ คาสเทเว็ต สองสามีภรรยาที่พักอยู่ห้องใกล้กัน


เพื่อนบ้านทั้งสองคนนี้ เข้ามาทักทายและตีสนิทกับครอบครัวของโรสแมรี่ ซึ่งในความสนิทที่เกิดขึ้นก็มาพร้อมกับท่าทีแปลกๆ เช่น การเข้ามาวุ่นวายในบ้านของโรสแมรี่มากเกินไป การพยายามช่วยเหลือและจัดการทุกอย่างในชีวิตของทั้งคู่ ซึ่งนั่นทำให้โรสแมรี่รู้สึกอึดอัด ท่าทีของเธอตรงข้ามโดยสิ้นเชิงกับกาย วู้ดเฮ้าส์ สามีของเธอซึ่งดูหมือนจะเข้ากับเพื่อนบ้านทั้งสองได้เป็นอย่างดี


แล้ววันหนึ่งโรสแมรี่ก็ตั้งท้อง เธอมีอาการแปลกๆเกิดขึ้นกับตัวเอง ท่าทีของเพื่อนบ้านและสามีก็ไม่ปกติ สาวท้องแรกที่น่าจะสมบูรณ์ สดใส แข็งแรง บัดนี้ได้กลายมาเป็นสาวผอมแห้ง ใบหน้าทรุดโทรมและหมองคล้ำ 




โรสแมรี่ไม่ทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเธอ มันเริ่มต้นมาตั้งแต่คืนที่เธอฝันแปลกๆนั่นแล้ว
เมื่อตั้งท้อง ทุกอย่างรอบตัวก็ดูไม่น่าไว้วางใจ ทุกคนดูเหมือนว่ามีความลับซ่อนอยู่ และนั่นก็คือความสยองของหนังเรื่องนี้ เรื่องราวทั้งหมดที่ถ่ายทอดออกมา ผู้ชมจะรับรู้ผ่านมุมมองของโรสแมรี่ ความอึดอัดและบรรยากาศแบบแปลกๆของคนรอบตัวทำให้คนดูขนลุกขนพอง เราไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างจนมาถึงบทสรุปของหนัง ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดก็ถูกเฉลยพร้อมฉากจบแบบปลายเปิด และบรรยากาศตอนจบยิ่งชวนให้สยองมากขึ้น ก่อนที่หนังจะจบลงไปดื้อๆแบบนั้น (ไม่เฉลยตอนจบครับ อยากให้ไปดูเอง)



หนังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีพร้อมทั้งเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ และ Ruth Gordon ที่แสดงเป็นมินนี่ คาสเทเว็ตก็สามารถคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมมาได้


หลังจากหนังออกฉายไปได้ราวหนึ่งปี ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดกับโปลันสกี้เพียงคนเดียว 


หลังจากที่ภาพยนตร์ออกฉายได้ไม่นานหนี่งในนักแสดงอย่าง Sidney Blackmer ที่รับบทเป็นโรมัน คาสเทเว็ต ก็ได้รับความทรมานจากโรคนิ่วในระดับรุนแรงจนต้องเข้ารับการผ่าตัด หลังจากรักษาหาย ก็มาถึงคิวของคนแต่งเพลงประกอบหนังอย่าง Krzysztof Komeda ที่เกิดอุบัติเหตุตกเขาจนอาการสาหัสโคม่าอยู่สี่เดือน ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา (เพลงประกอบของหนังเรื่องนี้หลอนมากครับ)


เมษายน ปี 1969 วิลเลี่ยม คาสเซิล (William Castle)โปรดิวเซอร์ของหนังก็ล้มป่วยลงด้วยโรคเครียดและวิตกกังวล เขาเห็นภาพหลอนเป็นเหตุการณ์ในภาพยนตร์ และได้ตะโกนออกมาว่า " Rosemary, for God’s sake, drop the knife!" (โรสแมรี่ ได้โปรดเห็นแก่พระเจ้าเถอะ วางมีดนั่นลงซะ !)  หลังจากนั้นเขาก็เสียชีวิตด้วยอาการไตวาย




เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ยังนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเรื่องของโปลันสกี้
เขามีชีวิตที่น่าอิจฉาเป็นอย่างมากเพราะประสบความสำเร็จทั้งเรื่องงาน และครอบครัว เขาได้แต่งงานกับชารอน เท็ต ซึ่งเป็นนางแบบชื่อดังของวงการ เธอทั้งสวยและเซ็กซี่ ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หรูย่านเบเวอลี่ ฮิลล์ แคลิฟอร์เนีย


เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 9 สิงหาคม ปี 1969 ขณะที่โปลันสกี้กำลังทำงานอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ตอนนั้นภรรยาของเขาตั้งท้องได้ 8 เดือน ในคืนนั้นมีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นที่บ้านของโปลันสกี้ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 คน


ผู้เสียชีวิตทุกคน นอนตายเรียงรายอยู่ภายในบ้านด้วยสภาพที่ถูกทำร้ายอย่างเหี้ยมโหด ทั้งถูกทุบด้วยของแข็งเข้าที่ศรีษะ ถูกแทงด้วยของมีคม บางศพพบบาดแผลไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง และหนึ่งในผู้ตายก็คือ ชาลอน เท็ต ภรรยาของโปลันสกี้ เธอถูกแทงทั่วร่างกายมากกว่า 16 แผล 


เหตุฆาตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากลัทธิ " แมนสัน แฟมมิลี่ " เป็นคดีฆาตกรรมที่สะเทือนขวัญที่สุดในวงการฮอลลีวูด ส่วนสาเหตุของการฆาตกรรมเกิดขึ้นเพราะชาร์ลส์ แมนสันซึ่งเป็นผู้นำลัทธิ เกิดความไม่พอใจโปรดิวเซอร์คนหนึ่งเพราะปฏิเสธที่จะทำอัลบั้มให้เขา ชาร์ล แมนสันจึงนำลูกสมุนไปล้างแค้นด้วยการฆ่าทุกคนที่อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าโปรดิวเซอร์คนนี้ได้ให้โปลันสกี้เช่าศฤหาสน์ต่อจากเขาแล้ว


โรมัน โปลันสกี้ และภรรยาของเขา ชารอน เท็ต


คดีนี้โหดร้ายและสะเทือนขวัญอย่างมาก สภาพศพของแต่ละคนบ่งชี้ว่าพวกเขาโดนทารุณและทำร้ายอย่างเหี้ยมโหดมากกว่าที่ผมบรรยายไว้มาก ซึ่งเรื่องราวของคดีนี้ก็คือส่วนหนึ่งในหนังเรื่อง " once upon a time in hollywood " นั่นเอง


การตายของชาลอน เท็ต ทำให้โปลันสกี้แทบจะสติแตก มีการเชื่อมโยงสาเหตุของการฆาตกรรมว่า เป็นเพราะโปลันสกี้กำกับหนังเรื่อง Rosemary's Baby ซึ่งเป็นหนังที่พูดถึงปีศาจและอำนาจชั่วร้าย ถือเป็นหนังเรื่องแรกที่ท้าทายต่อความเชื่อ ความศรัทธาต่อพระเจ้า และนี่คือผลจากอาถรรพ์ของหนังเรื่องนี้

ซึ่งคำกล่าวอ้างนี้จะเป็นความจริงหรือเป็นแค่เพียงเหตุบังเอิญก็ไม่อาจทราบได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชารอน เท็ต ขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์ก็มีความคล้ายคลึงกับเรื่องราวของโรสแมรี่ โดยมี " ชาร์ล แมนสัน " ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของซาตานทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงโลกทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน
และนี่คือหนึ่งในหนังสยองขวัญที่คลาสสิคและเต็มไปด้วยปริศนาเรื่องหนึ่งของฮอลลีวูด



Share:

โพสต์ความคิดเห็น

Copyright © หนังหลายมิติ. Designed by OddThemes