สุดยอดหนังดี จาก Top 250 บนเวบไซด์ IMDb Part 2 : ลำดับที่ 11-20

 


ในบรรดาหนัง 250 เรื่องที่จะเขียนรีวิว ลำดับที่ 11- 20 เป็นช่วงที่พีคที่สุด เพราะหนังที่ติดอันดับในช่วงนี้เป็นหนังดังระดับตำนานทั้งสิ้น ซึ่งจะมีเรื่องไหนบ้าง ไปดูกันเลยครับ

หมายเหตุ  : คะแนนดาวเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ซึ่งมีเกณฑ์การให้คะแนน 3 ระดับ คือ
3 ดาว = หนังดี ควรหามาดู
4 ดาว = หนังดีมาก แนะนำให้ดู
5 ดาว = หนังดีมากๆ ไม่ควรพลาดเด็ดขาด




     11. Fight Club (1999)
           Rating 8.8 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,830,773 คน

Fight Club เป็นผลงานการกำกับของเดวิด ฟินเชอร์ (David Fincher)ที่ได้สองดาราดังอย่าง เอ๊ดเวิร์ด นอร์ตัน (Edward Norton)และ แบรด พิตต์ (Brad Pitt)มาแสดงนำ 
.
นี่คือหนังที่สร้างความปวดหัวให้กับฝ่ายการตลาดของ 20th century fox เป็นอย่างมาก  เพราะหนังเต็มไปด้วยความบ้า เซอร์ และเถื่อนดิบเสียจนพวกเขาไม่สามารถจัดกุล่มเป้าหมายของหนังได้ สุดท้ายจึงโปรโมตให้เป็นหนังอาร์ตที่ว่าด้วยเรื่องของชมรมมวยใต้ดินแทน 
.
.
ด้วยความที่หนังมันติสท์จัดจนยากจะเข้าถึง ทำให้หนังไม่ประสบความสำเร็จในตอนที่เข้าฉาย โดยทำรายได้จาก Box Office ไปเพียง 101.2 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างทั้งหมด 63 ล้านเหรียญ กว่าจะมีคนเข้าใจถึงสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อก็ตอนที่ออกจำหน่ายเป็น DVD ทำให้ Fight Club ทำเงินจากการขาย DVD ได้อย่างมหาศาล 
.
.
และหนังตลกร้ายเรื่องนี้ก็ถูกยกย่องให้เป็นสุดยอดหนังคัลท์ (Cult)แห่งยุค 90 ที่ครองใจผู้ชมมายาวนานจนถึงปัจจุบัน



เรื่องย่อ :  หนังดำเนินเรื่องผ่านตัวละครนิรนามคนหนึ่ง (เอ๊ดเวิร์ด นอร์ตัน) ที่ป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง 
.
อาการป่วยของเขาเกิดจากความเครียดในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงานที่น่าเบื่อ สังคมที่เต็มไปด้วยการกดขี่ข่มเหงแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน

เขารักษาโรคนอนไม่หลับด้วยการเข้าร่วมร่วมพูดคุยกับกลุ่มบำบัดต่างๆจนอาการดีขึ้น 
.
แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้พบกับ ไทเลอร์ เดอร์เดน (แบรด พิตต์) ชายที่มีนิสัยตรงข้ามกับเขาอย่างสิ้นเชิง การมาของไทเลอร์ได้เปลี่ยนชีวิตอันน่าเบื่อให้กลายเป็นความตื่นเต้น การดวลหมัดกับไทเลอร์ทำให้เขาได้รับการปลดปล่อยจนความเครียดต่างๆที่เคยมีค่อยๆหายไป จากจุดเริ่มต้นนี้ได้นำมาสู่การก่อตั้งชมรมมวยใต้ดิน หรือ " Fight Club" ซึ่งภายหลังได้ขยายตัวจนกลายเป็นแก๊งอาชญากรรมที่มีเป้าหมายเพื่อทำลายระบบทุนนิยมอันฟอนเฟะให้สิ้นซาก



บทวิจารณ์ : ★★★★★

Fight Club เป็นหนังที่นำเสนอประเด็นทางสังคมโดยใช้การประชดประชัน เสียดสี ผ่านตัวละครที่มีลักษณะต่อต้านสังคม หากดูหนังเรื่องนี้โดยไม่คิดอะไรมาก ? มันก็เป็นเพียงหนังเพี้ยนๆเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าดูอย่างพินิจพิเคราะห์เพื่อหาแก่นสารสำคัญของหนัง เราก็จะพบกับปรัชญาในการดำเนินชีวิต 
.
หนังมีนัยยะของการค้นหาความเปลี่ยนแปลงภายในอันเกิดจากการต่อสู้ซึ่งเกิดขึ้นภายนอก แท้จริงแล้วจุดมุ่งหมายของการต่อสู้ หาใช่การเอาชนะผู้อื่น แต่เป็นการมุ่งไปสู่การเอาชนะใจตนเอง 
.
.
ไม่น่าเชื่อว่าหนังที่มีหน้าฉากเถื่อนๆดิบๆเรื่องนี้ จะห่อหุ้มประเด็นที่มีสาระลึกซึ้งเอาไว้มากมายตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงประเด็นที่กว้างกว่าอย่างการวิพากษ์วิจารณ์ระบบทุนนิยม ซึ่งสะท้อนออกมาได้คมคาย และอิทธิพลของหนังก็ทำให้เกิดชมรม Fight Club ขึ้นมาจริงๆในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย แต่ผมคงจะบอกอะไรได้ไม่มากนักเพราะ " กฎข้อแรกของ Fight Club ก็คือ ห้ามพูดถึง Fight Club "




     12. Forrest Gump (1994)
           Rating 8.8 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,781,230 คน


เรื่องย่อ : ฟอร์เรสต์ กัมป์ เกิดมาอย่างผิดปกติ ด้วยไอคิวที่ต่ำกว่าคนทั่วไป เขาต้องใช้เหล็กดามขาทั้ง 2 ข้างเพื่อช่วยในการเดิน 
.
กัมป์ใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่กับแม่ของเขา แม่ได้สอนแนวคิดหลายๆอย่างในการดำเนินชีวิต เธอเชื่อว่ากัมป์ไม่ได้แตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ
.
.
กัมป์เองก็เชื่อแบบนั้น เขาใช้ชีวิตโดยยึดมั่นคำสอนของแม่ด้วยความซื่อตรง เรียบง่าย และลงมือทำจนประสบความสำเร็จ 
.
ชีวิตของกัมป์ เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและคำสอนมากมาย เขาได้แสดงให้เห็นว่า " บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์พร้อม ความไม่พร้อมไม่ใช่อุปสรรคในการลงมือทำ เราจะปล่อยชีวิตให้ล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมายเฉกเช่นขนนกที่ถูกลมพัดพาไป หรือจะลุกขึ้นมากำหนดชีวิตตนเอง ทั้งหมดนี้อยู่ที่ตัวเรา "



บทวิจารณ์ : ★★★★★

"ชีวิตก็เหมือนกับกล่องช็อคโกแลต เราไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร ? จนกว่าจะเปิดกล่องแล้วหยิบขึ้นมากิน" หากจะเปรียบ Forrest Gump เป็นกล่องช็อคโกแลต หนังเรื่องนี้คงเป็นช็อคโกแลตที่มีรสชาติกลมกล่อม ละมุนและอร่อยที่สุด




     13. Inception (2010)
           Rating 8.8 คะแนน จำนวนคนโหวต 2,035,570 คน


เรื่องย่อ : ดอม คอบบ์ จอมโจรมือฉมังผู้เชี่ยวชาญในการล้วงความลับของเป้าหมายผ่านจิตใต้สำนึก ได้ถูกว่าจ้างจากไซโตะ ให้ทำการฝังความคิดลงไปในจิตใต้สำนึกของโรเบิร์ต ฟิชเชอร์ ทายาทเจ้าของกิจการพลังงานรายใหญ่ของโลก
.
เขาต้องการให้โรเบิร์ตล้มเลิกความคิดที่จะสานต่อธุรกิจของพ่อ เพื่อทำลายการผูกขาดในธุรกิจพลังงาน 
.
.
ไซโตะได้ยื่นข้อเสนอที่คอบบ์ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะคอบบ์มีประวัติอาชญากรรมอยู่ในฐานข้อมูลของเอมริกา ทำให้เขาไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นกับลูกทั้งสองได้ ไซโตะได้บอกกับคอบบ์ว่า หากเขาทำภารกิจนี้สำเร็จ คดีความต่างๆที่มีอยู่จะถูกลบออกจากฐานข้อมูลอาชญากรรมและเขาจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูกตลอดไป
.
คอบบ์ตัดสินใจรับงานนี้ โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการแฝงตัวเข้าไปในความฝันของโรเบิร์ตเพื่อฝังความคิดลงไปในจิตใต้สำนึก โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าภารกิจครั้งนี้มีอันตรายมากมายรออยู่



บทวิจารณ์ : ★★★★★

แม้จะเป็นเรื่องราวของโลกในความฝัน แต่ด้วยโครงเรื่องที่แข็งแรงและบทที่ดีก็ทำให้ Inception นำพาผู้ชมไปสู่โลกเหนือจินตนาการ ที่มากด้วยสถาปัตยกรรมอันลึกลับ ซับซ้อน ตระการตา
.
โนแลนด์จัดลำดับการเล่าเรื่องได้ดีมาก มีความสมบูรณ์แบบทั้งภาพ เสียง บท รวมถึงเทคนิคพิเศษ 
.
ส่วนสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากก็คือ ปมที่โนแลนด์ทิ้งไว้ให้กับผู้ชม แม้จะมีการเฉลยปมนี้ในภายหลัง แต่คำเฉลยกลับยิ่งทำให้เราต้องคารวะต่อความใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยที่โนแลนด์ใส่เข้าไปในหนังเพื่อเติมเต็มให้ Inception ยอดเยี่ยมและสมบูรณ์แบบมากขึ้น




     14. The Lord of the Rings: The Two Towers (2002) 
           Rating 8.7 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,466,795 คน



เรื่องย่อ : เมื่อกลุ่มผองเพื่อนแห่งดินแดน " มิดเดิล เอิร์ธ " ที่กุมชะตาชีวิตของโลกไว้ถึงคราวแตกกระสานซ่านเซ็นไปตามยถากรรม แซมและโฟรโดกำลังเดินทางไปยังใจกลางของมอร์ดอร์ เพื่อนำแหวนไปทำลาย
.
พวกเขาหลงทางอยู่ที่เนินเขาแห่ง อีมีน มิวล์ และได้รับความช่วยเหลือจากกอลลั่ม สัตว์ประหลาดลึกลับที่มีความเกี่ยวข้องกับแหวน กอลลั่มสัญญาว่าจะพาทั้งสองไปยังประตูแห่งมอร์ดอร์ แซมรู้สึกไม่ไว้ใจกอลลั่ม แต่โฟรโดไม่ได้คิดเช่นนั้น เขารู้สึกสงสารในชะตากรรมของกอลลั่มและยินยอมให้มันนำทางพวกเขาไปสู่มอร์ดอร์ 
.
.
ในอีกด้านหนึ่งของดินแดนมัชฌิมโลก  อารากอร์น , เลโกลัส กิมลี และแกนดัล์ฟ ได้เดินทางไปยังอาณาจักรโรฮาน เพื่อช่วยเหลือกษัตริย์แห่งโรฮาน ให้หลุดพ้นจากอำนาจมนต์ของซารูมาน และขับไล่เวิร์มทังก์ที่ปรึกษาผู้ทรยศให้ออกไปจากเมือง
.
ขณะที่ เมอร์รี่ และ พิพพิน สองฮ้อบบิทก็ถูกพวกอุรุกไฮลักพาตัวไป เพราะคิดว่าทั้งสองคือผู้ถือแหวน แต่ในที่สุดทั้งสองก็ได้รับการช่วยเหลือจาก " ทรีเบียร์ด " ต้นไม้ยักษ์เดินได้จนรอดมาได้ ณ เส้นขนานของการเดินทาง เหล่าพันธมิตรต้องเผชิญหน้ากับกองทัพศัตรูอันชั่วร้าย พวกเขาจะต้องฝ่าฟันไปให้ได้เพื่อปกป้องมนุษยชาติจากอันตราย



บทวิจารณ์ : ★★★★★

ภาคนี้มีหลายฉากที่สวยงามและน่าประทับใจ โดยเฉพาะฉากสงครามที่สร้างออกมาได้ยิ่งใหญ่อลังการ
.
จากเนื้อหาทุกภาคของ The Lord of the Rings ผมว่าเนื้อหาในภาคนี้ทำออกมาเป็นหนังยากที่สุด เพราะต้องเล่าเรื่องการเดินทางคู่ขนานของเหล่าพันธมิตรถึงสามกลุ่ม ซึ่งถ้าจัดลำดับการเล่าไม่ดีหรือเก็บรายละเอียดไม่ครบ จะทำให้ผู้ชมดูไม่รู้เรื่อง เพราะ The Lord of the Rings มีตัวละครสำคัญ รวมถึงชื่อเมืองและป้อมปราการต่างๆมากมาย 
.
ต้องชื่นชมปีเตอร์ แจ็กสันที่สร้างสรรค์และกำกับหนังเรื่องนี้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและสมบูรณ์แบบทั้งสามภาค




     15. Star Wars: Episode V - The Empire Strikes Back (1980)
           Rating 8.7 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,144,903 คน



เรื่องย่อ : หลังจากที่ดาวมรณะถูกทำลาย กองทัพจักรวรรดิก็โต้กลับด้วยการไล่ล่าฝ่ายกบฏ 
.
ดาร์ธเวเดอร์ผู้ชั่วร้ายได้ส่งหุ่นสอดแนมจำนวนมากเข้าสู่ห้วงอวกาศเพื่อตามหาฐานลับของฝ่ายกบฏ และเมื่อหาพบก็ส่งทหารเข้าโจมตี จนฐานที่มั่นของฝ่ายกบฏแตกพ่าย จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ ฮัน โซโล ต้องเดินทางหลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนเก่าของเขาที่นครเมฆา แต่ดาร์ธเวเดอร์ก็ตามมาจับตัวฮันไปแช่ในแท่งคาร์บอไนท์
 
ขณะเดียวกัน ลุค สกายวอร์คเกอร์ก็เดินทางไปฝึกวิชากับอาจารย์โยดา บนดาวเคโกบ้า แต่ฝึกได้ไม่นานเขาก็ต้องลาอาจารย์มาช่วยเพื่อนๆจนได้ต่อสู้กับดาร์ธเวเดอร์ และที่นั่นเขาก็ได้รู้ความลับบางอย่างของตนเอง



บทวิจารณ์ : ★★★★★

ผมได้ดู Star Wars เพียงสามภาค คือ New Hope ,The Empire Strikes Backcและ Return of the Jedi ในบรรดาสามภาคนี้ผมชอบ The Empire Strikes Back มากที่สุด
.
ความโดดเด่นของไตรภาค Star Wars ชุดนี้ คือ มีความครบเครื่องของอารมณ์หนังทั้งแฟนตาซี แอคชั่น ไซไฟ โรแมนติคและคอมมาดี้ ด้วยจังหวะการเล่าเรื่องที่กระชับ เดินเรื่องฉับไว ภาพและเทคนิคพิเศษมีความสวยงาม สมจริง
.
ไม่รู้ว่าคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกว่าการดู Star Wars ให้อารมณ์เหมือนกับการดูหนังจีนกำลังภายในเวอร์ชั่นอวกาศ เพราะมีการแบ่งแยกฝ่ายธรรมะ-อธรรมอย่างชัดเจน มีเรื่องของพลังและการฝึกฝนวิชา นี่มันหนังกำลังภายในชัดๆ !!!  แต่ถึงเป็นแบบนั้นก็ควรดูเพราะหนังไตรภาคเรื่องนี้สนุกมาก





     16. The Matrix (1999)
           Rating 8.7 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,653,619 คน



เรื่องย่อ :  นีโอ โปรแกรมเมอร์หนุ่มผู้มีชีวิตอีกด้านเป็นแฮ็กเกอร์ ได้รับข้อความลึกลับที่พาให้เขามาพบกับมอร์เฟียส ผู้ซึ่งทำให้นีโอได้รู้เรื่องราวของ The Matrix ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่จักรกลสร้างขึ้นมา เพื่อลวงให้มนุษย์หลับใหลอยู่ในโลกของความฝันเสมือนจริง เพราะจักรกลต้องการพลังงานจากมนุษย์มาใช้แทนแสงอาทิตย์

มอร์เฟียสนั้นเชื่อว่า  " นีโอ " คือ เดอะวัน (The One) บุคคลในตำนานที่จะมาปลดปล่อยมนุษยชาติให้หลุดพ้นจากการเป็นทาสของเครื่องจักร ซึ่งนีโอต้องผ่านบททดสอบมากมายเพื่อพิสูจน์ตนเอง เขาต้องต่อสู้กับสายลับสมิธที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่บุกรุกเข้ามาในเมทริกซ์ และหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสายลับสมิธก็คือ การกำจัดมอร์เฟียสกับพรรคพวกให้สิ้นซาก



บทวิจารณ์ : ★★★★★

นี่คือหนัง Action Sci-fi ที่เปี่ยมไปด้วยพลังในการเล่าเรื่อง หนังผสมผสานความเป็นแอคชั่น วิทยาศาสตร์ ปรัชญาและนำเสนอแนวคิดทางศาสนาออกมาผ่านสัญลักษณ์ต่างๆได้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากเนื้อเรื่องที่น่าติดตามแล้ว สิ่งที่โดดเด่นอีกเรื่องของ The Matrix ก็คือเทคนิคพิเศษในการถ่ายทำ งานภาพที่ออกมามีความหวือหวา แปลกตา และได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆให้กับการสร้างสรรค์ฉากแอคชั่นอันน่าตื่นตา โดยเฉพาะฉากที่นีโอหลบกระสุนเป็นมุม 360 องศา นับเป็นหนึ่งในฉากที่น่าจดจำที่สุดของฉากแอคชั่นในยุค 90 เลยทีเดียว
.
นี่คือหนังคลาสสิคที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะกลับมาดูซ้ำอีกกี่รอบหนังก็ยังคงสนุก ครบรส เต็มไปด้วยปรัชญาอันลุ่มลึก จนทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า

" แท้จริงแล้วชีวิตนี้คือความจริงแท้หรือเป็นเพียงภาพมายาลวงหลอกในฝันที่เราไม่มีวันตื่นกันแน่ ? "





     17. Goodfellas (1990)
           Rating 8.7 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,005,978 คน

สร้างมาจากชีวิตจริงของสมาชิกแกงค์มาเฟียในนิวยอร์คที่ไต่เต้าจากตำแหน่งระดับล่าง ผ่านวิถีความอยู่รอดจนท้ายที่สุดเขาได้กลายมาเป็นพยานคนสำคัญของ FBI ในการกวาดล้างพ่อค้ายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล

Goodfellas เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีชของมาร์ติน สกอร์เซซิ (Martin Scorsese) นำแสดงโดย โรเบิร์ต เดอ นีโร ร่วมด้วย เรย์ ลิออตต้า  , โจ เปสชี่ และ พอล ซอร์วิโน่



เรื่องย่อ : หนังบอกเล่าเรื่องราวของ เฮนรี่ ฮิลล์ ที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นมาเฟีย เขาเฝ้าดูมาเฟียที่อยู่ในละแวกบ้านทำกิจกรรมต่างๆจนได้มีโอกาสช่วยงาน นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เฮนรี่ ฮิลล์ ได้รับการยอมรับ และเข้ามาสู่วงการมาเฟียอย่างเต็มตัว

การใช้ชีวิตที่รายล้อมไปด้วยแกงค์อิทธิพลทำให้เขาต้องก่ออาชญากรรมมากมายไม่ว่าจะเป็นการทวงหนี้ ปล้น ฆ่า ไปจนถึงค้ายาเสพติด แม้สิ่งเหล่านี้จะสร้างความร่ำรวยและมอบชีวิตที่สุขสบายให้กับเขา แต่ในท้ายที่สุดมันก็ย้อนกลับมาทำร้ายเขาเช่นกัน



บทวิจารณ์ : ★★★★

หนังถ่ายทอดเรื่องราวของวงการมาเฟียออกมาได้อย่างชัดเจน 
.
ด้วยความที่สร้างมาจากชีวประวัติของบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง ทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตของคนที่เข้าสู่แวดวงอาชญากรรมที่ภาพภายนอกแสดงให้เห็นว่า พวกเขาคือกลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่มีอำนาจ รักพวกพ้อง แต่แท้จริงแล้วเบื้องหลังของสิ่งเหล่านี้คือการเกาะเกี่ยวกันด้วยผลประโยชน์

สมาชิกทุกคนพร้อมที่จะทรยศหักหลังกันทันทีที่มีปัญหา หนังไม่ได้สะท้อนแค่ในมุมของวงการมาเฟียเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาต่อคนรอบตัว เพื่อนฝูง ครอบครัว โดยเป็นการลำดับเรื่องราวอย่างละเมียดละไม ค่อยๆเล่าให้คนดูเข้าใจตัวตนของ เฮนรี่ ฮิลล์ ตั้งแต่วัยเด็กจนเขาเติบโตและก้าวเข้าสู่ด้านมืดอย่างเต็มตัว
.
หนังไต่ระดับความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดที่ควรจะเป็นแล้วจึงค่อยๆผ่อนเรื่องลงมาก่อนจะนำเข้าสู่ตอนจบที่สวยงามและน่าประทับใจ




     18. One Flew Over the Cuckoo's Nest (1975)
           Rating 8.7 คะแนน จำนวนคนโหวต 907,187 คน

หนังสร้างมาจากนวนิยายชื่อ " One Flew Over the Cuckoo's Nest " (1962) ของ เคน เคซีย์ เป็นหนังที่เสียดสีสังคมและแฝงไปด้วยประเด็นการเมืองอันหนักอึ้งด้วยท่าทีประชดประชันต่อระบบอำนาจนิยม

หนังได้รับคำชื่นชมและประสบความสำเร็จในแง่ของรายได้รวมถึงรางวัลต่างๆมากมาย โดยสามารถคว้ารางวัลออสการ์ได้ถึง 5 สาขา คือ Best Picture, Best Director, Best Actor, Best Actress และ Best Writing



เรื่องย่อ : นักโทษ แรนดัล แมคเมอร์ฟีย์ ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลจิตเวชเพื่อเข้ารับการประเมินจากแพทย์ว่า เขามีอาการป่วยทางจิตหรือไม่ ? กระบวนการนี้เป็นหนึ่งในขั้นตอนการพิจารณาคดีจากการที่เขาได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัยสิบห้าปีคนหนึ่ง

การมาของแมคเมอร์ฟีย์ได้สร้างปัญหาให้กับพยาบาลแรทเช็ด ซึ่งเป็นหัวหน้าวอร์ดของโรงพยาบาล เพราะเธอค่อนข้างเคร่งครัดในกฏระเบียบและบ้าอำนาจเป็นอย่างมาก ตรงข้ามกับบุคลิกของแมคเมอร์ฟีย์ที่มักจะต่อต้านสังคม ไม่ชอบกฏระเบียบ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นคนที่กล้าพูด กล้าวิจารณ์และตั้งคำถามต่ออำนาจนิยมที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล 
.
เขาพบว่าพยาบาลและผู้ช่วยไม่ได้มีความจริงใจในการรักษาคนไข้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในกระบวนการรักษาเป็นเพียงการกระทำเพื่อต้องการรักษาอำนาจการปกครองไว้เท่านั้น 
.
แมคเมอร์ฟีย์พยายามทำให้ผู้ป่วยคนอื่นๆได้เห็นถึงความผิดปกตินี้ เขาพยายามทำให้ทุกคนออกมาจากความกลัวและก้าวข้ามกรอบที่ถูกจำกัดเอาไว้จากการกดขี่ของผู้มีอำนาจ ซึ่งบทสรุปของเรื่องราวนี้ได้นำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่อาจลืมเลือน



บทวิจารณ์ : ★★★

หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่า " หนังดีของใครหลายๆคน อาจไม่ใช่หนังดีสำหรับเรา " ตัวหนังไม่ได้แย่ แต่ส่วนที่ทำให้ผมไม่ชอบหนังเรื่องนี้ก็คือ มันทำได้ดีจนผมกดดันและจิตตกไปหลายวันทีเดียว

ด้วยความที่หนังเป็นเรื่องของคนบ้าและคนไม่บ้าที่ต้องมาอยู่ร่วมกันในสังคมบ้าๆ ทำให้ผู้ชมอย่างเราแทบจะเป็นบ้าไปด้วย ในขณะที่ดู เราอาจจะรู้สึกว่าการกระทำของตัวละครดูเพี้ยนๆ แปลกๆ ไม่มีความสมเหตุสมผล แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกลงไป เราก็จะเห็นว่า การกระทำที่ดูไร้เหตุผลนั้นเกิดมาจากความต้องการการแสดงออกเพื่อต่อต้านต่อความผิดเพี้ยนที่เกิดขึ้นในสังคม

เราจะทำตัวปกติในสังคมที่ผิดปกติได้อย่างไร ?

เท่าที่อ่านคำวิจารณ์จากหลายที่ นี่เป็นหนึ่งในหนังที่หลายคนชอบ แต่หลายคนก็ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า " ดูครั้งเดียวก็เกินพอ "

หมายเหตุ : การที่ผมให้สามดาวไม่ได้หมายความว่าหนังไม่ดี แต่เพราะผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้คงไม่เหมาะกับผมและขอเตือนสำหรับคนที่กำลังจิตตกหรืออยู่ในภาวะซึมเศร้า ไม่ควรดูหนังเรื่องนี้เด็ดขาด




     19. Seven Samurai (1954)
           Rating 8.6 คะแนน จำนวนคนโหวต 312,173 คน

ภาพยนตร์แนวผจญภัยดราม่าของ " อากิระ คุโรซาว่า " สุดยอดผู้กำกับชาวญี่ปุ่น ที่มีผลงานสร้างชื่ออย่าง " ราโชม่อน " โดยเรื่องนี้เขาได้มีส่วนร่วมในการประพันธ์เนื้อเรื่อง ตัดต่อ และกำกับด้วยตนเอง จนทำให้ Seven Samurai กลายเป็นอีกหนึ่งตำนานของวงการภาพยนตร์ที่ได้สร้างแรงบันดาลใจและส่งอิทธิพลต่อสไตล์การกำกับหนังของผู้กำกับมากมายทั่วโลก

หนังเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงหนังไทยสองเรื่อง คือ " เจ็ดประจันบาน " กับ " บางระจัน " คาดว่าทั้งสองเรื่องคงได้่แรงบันดาลใจมาจาก Seven Samurai ด้วยเช่นกัน


เรื่องย่อ : หนังกล่าวถึงซามูไรพเนจร 7 คน ที่ถูกว่าจ้างให้มาช่วยปกป้องชาวนาจากการรุกรานของโจรป่า ซึ่งภารกิจครั้งนี้ไม่ได้มีค่าจ้างเป็นทรัพย์สิน เงินทอง แต่มีเพียงที่พักและอาหารสามมื้อให้เท่านั้น 
.
การต่อสู้ที่มีชีวิตและความอยู่รอดของชาวนาเป็นเดิมพัน  ทำให้เจ็ดซามูไรต้องวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อที่จะเอาชนะโจรป่าที่มีกองกำลังมากถึง 40 คนให้ได้



บทวิจารณ์ : ★★★★★

ความสุดยอดของ Seven Samurai คือ ความสนุกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้หนังจะมีความยาวถึง 3 ชั่วโมง 27 นาที แต่ก็สามารถสะกดคนดูให้อยู่กับเรื่องราวได้ตลอดเวลา นี่คือหนังสามชั่วโมงเรื่องแรกที่ผมดูต่อเนื่องจนจบโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อ

หนังสะท้อนภาพชีวิตของชาวนาในสังคมญี่ปุ่นยุคโบราณได้เป็นอย่างดี เราจะได้เห็นสภาพอันอดอยาก แร้นแค้นของชาวนา ที่เป็นผู้ปลูกข้าวแต่กลับไม่มีโอกาสได้กินแม้กระทั่งข้าวขาวที่ตนเองปลูก
.
นอกจากนี้ยังมีการแบ่งแยกชนชั้นในสังคมอย่างชัดเจน มีหลายฉากที่แสดงให้เห็นว่าชาวนาเป็นชนชั้นที่ถูกดูแคลน จากพล็อตหลักที่เป็นการต่อสู้ของซามูไรพเนจรที่เสียสละเพื่อช่วยเหลือชาวนา ได้แตกย่อยออกเป็นพล็อตรองอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรักของหนุ่มสาว พื้นฐานชีวิตของตัวละครฝั่งชาวนา ซามูไร ไปจนถึงกลุ่มโจรป่า ซึ่งพล็อตรองเหล่านี้ได้ส่งเสริมและทำให้พล็อตหลักของเรื่องแข็งแรงมากขึ้น

ในส่วนของการถ่ายทำ นี่คือหนังเรื่องแรกที่ใช้วิธีบันทึกภาพจากกล้องหลายตัวโดยการถ่ายทำเพียงครั้งเดียว เพื่อให้ภาพที่ออกมามีความสมจริงและไม่ผิดพลาด (โดยปกติการเปลี่ยนมุมกล้องของหนังสมัยก่อน จะทำการแสดงฉากนั้นซ้ำ เพื่อเปลี่ยนมุมมอง แต่คุโรซาว่าไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ เขาเห็นว่าการถ่ายทำซ้ำๆหลายรอบอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่การแสดงจะเหมือนกันทุกรอบ)

ด้านคาแรคเตอร์ของตัวละครก็มีความโดดเด่น เพราะซามูไรทั้งเจ็ดคนต่างก็มีบุคลิกแตกต่างกัน มีทั้งคนที่สุขุมรอบคอบ คนที่ชอบฝึกวิชา คนที่ไร้เดียงสาต่อวิถีแห่งซามูไร 
.
ในบรรดาตัวละครเหล่านั้น คาแรคเตอร์ของคิคูจิโร่ ที่แสดงโดยโตะชิโระ มิฟุเนะ ได้สร้างอิทธิพลให้กับตัวละครในหนังและอนิเมะยุคหลังเป็นอย่างมาก ด้วยบุคลิกของคิคูจิโร่ ซึ่งเป็นตัวละครฝ่ายดีแต่กลับมีแนวคิดต่อต้านสังคม ขวางโลกและมีความขบถในตัวเอง ซึ่งคาแรคเตอร์แนวนี้ล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจาก" คิคูจิโร่ " แทบทั้งสิ้น

นี่คือหนังขึ้นหิ้งจากผู้กำกับชั้นครู ถ้าใครไม่ได้ดูก็ถือว่าพลาดอย่างแรง




     20. Seven (1995)
          Rating 8.6 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,423,708 คน


เรื่องย่อ : เรื่องราวการฆาตกรรมสุดโหดที่มีมูลเหตุจูงใจมาจากบาป 7 ประการในพระคัมภีร์ อันได้แก่ ตะกละ (Gluttony),โลภ (Greed),เกียจคร้าน (Sloth),ราคะ (Lust),หยิ่งยโส (Pride),ริษยา (Envy) และ โทสะ ( Wrath) ซึ่งเหยื่อทั้งเจ็ดคนจะถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหดตามบาปที่พวกเขากระทำ  
.
โดยทางตำรวจได้มอบหมายให้ เดวิด มิลล์ส (แบรด พิตต์)  นายตำรวจหนุ่มที่เพิ่งย้ายมา รับหน้าที่ในการสืบสวน ขณะเดียวกัน วิลเลียม โซเมอร์เซต (มอร์แกน ฟรีแมน)  นายตำรวจอาวุโสที่กำลังจะเกษียณ ก็ค้นพบเบาะแสบางอย่างที่นำไปสู่การจับกุมคนร้าย ทั้งสองจึงต้องร่วมมือกันเพื่อที่จะหยุดแผนสังหารในครั้งนี้ให้สำเร็จ


บทวิจารณ์ : ★★★★★

ถ้าจะเปรียบวิธีการเล่าเรื่องของ Seven เป็นการต่อจิ๊กซอว์ที่ร้อยเรียงให้ผู้ชมได้เห็นภาพของคดีฆาตกรรมที่เชื่อมโยงกับบาปทั้ง 7 ประการ ผมถือว่าการต่อจิ๊กซอว์ในครั้งนี้มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด

จะมีหนังสืบสวนสักกี่เรื่องที่สามารถออกแบบ และจัดลำดับการเล่าได้อย่างคมคายเท่าหนังเรื่องนี้ ทุกองค์ประกอบ ทุกรายละเอียดที่เกิดขึ้นในหนังถูกจัดวางอย่างลงตัวและนำไปสู่บทสรุปที่ผู้ชมคาดไม่ถึง ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Seven จึงมักจะติดอยู่ในโผทุกครั้งที่มีการจัดอันดับหนังหักมุมเพราะมันสุดยอดจริงๆ


Share:

โพสต์ความคิดเห็น

Copyright © หนังหลายมิติ. Designed by OddThemes