สุดยอดหนังดี จาก Top 250 บนเวบไซด์ IMDb Part 3: ลำดับที่ 21-30

 



หมายเหตุ  : คะแนนดาวเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ซึ่งมีเกณฑ์การให้คะแนน 3 ระดับ คือ

3 ดาว = หนังดี ควรหามาดู

4 ดาว = หนังดีมาก แนะนำให้ดู

5 ดาว = หนังดีมากๆ ไม่ควรพลาดเด็ดขาด



      21. Life Is Beautiful (1997)                                                                                                                               Rating 8.6 คะแนน จำนวนคนโหวต 617,875 คน


Life is beautiful (1997) " ยิ้มไว้โลกนี้ไม่มีสิ้นหวัง " ภาพยนตร์สัญชาติอิตาเลี่ยน ที่พูดถึง "กุยโด "ชายชาวยิวผู้ร่ำรวยรอยยิ้ม เขาตกหลุมรักกับ "ดอร่า " ครูสาวสุดสวย จนได้แต่งงานและมีลูกด้วยกันชื่อว่า "โจซัว"

ทั้งสามใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขจนกระทั่งมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อกองทัพนาซีเยอรมันได้ทำการจับกุมผู้ที่มีเชื้อสายยิวไปกักกันยังค่ายกักกัน กุยโดและโจซัวคือหนึ่งในผู้ที่ถูกจับไปด้วย ที่นั่นกุยโดถูกกดขี่และใช้แรงงานอย่างหนัก 

แต่ไม่ว่าสภาพชีวิตในค่ายกักกันจะเลวร้ายเพียงใด "กุยโด"ในฐานะพ่อ ต้องประคับประคองความรู้สึกของลูกชายไว้เสมอ เขาบอกกับลูกชายว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นในสถานกักกันนี้ คือ เกมชิงรถถัง 

ใครที่ทำคะแนนได้ครบ 1,000 คะแนน คือผู้ชนะและจะได้รถถังเป็นรางวัล" หลังจากนั้นกุยโดก็ต้องใช้ไหวพริบของเขาเพื่อแก้สถานการณ์ที่ตึงเครียดในค่ายกักกันให้กลายเป็นเกมสนุกๆของลูกชาย


บทวิจารณ์ : ★★★★★

Life is beautiful มีความแตกต่างจากหนังนาซีเรื่องอื่นอย่างมาก โดยเฉพาะแนวคิดของตัวละครอย่างอย่าง " กุยโด " การที่เขาหลอกลูกชายว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในค่ายกักกันเป็นเกมก็เพื่อต้องการประคองจิตใจของลูกชายไม่ให้ตื่นกลัว 


ผู้ชมจะทึ่งไปกับไหวพริบในการแก้สถานการณ์ของกุยโดเพื่อเปลี่ยนเรื่องร้ายๆให้กลายเป็นเกมสนุกของลูกชาย ซึ่งในความสนุกนั้นก็ปะปนไปด้วยความหดหู่อันเกิดจากความป่าเถื่อนโหดร้ายของสิ่งที่ทหารนาซีได้กระทำต่อชาวยิวและนี่คือความแตกต่างที่ผมกล่าวถึง  คือ หนังให้ทั้งอารมณ์ของความหวัง การมองโลกในแง่ดี ขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังก็เต็มไปด้วยความหดหู่ เราอาจจะคิดว่าสิ่งที่กุยโดทำคือการโกหกตัวเอง

แต่อีกมุมหนึ่งมันคือการกระทำที่ยิ่งใหญ่ของคนเป็นพ่อ ลึกๆแล้วกุยโดก็มีความกลัว แต่เขาเลือกที่จะไม่แสดงมันออกมาเพื่อสร้าง " ความหวัง " ให้กับตนเองและลูกชาย นี่คือหนังที่ทำออกมาได้โคตรดีและเป็นหนังที่ควรหามาดูให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต



     22. City of God (2002)                                                                                                                                      Rating 8.6 คะแนน จำนวนคนโหวต 695,023 คน 


City of God (2002) หนังที่ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในร้อยเรื่องของหนังลาตินที่ควรดู ผลงานสร้างชื่อของ เฟอร์นันโด เมเรลเลส (Fernando Meirelles)ผู้กำกับชาวบราซิล ที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากเค้าโครงเรื่องจริงของแกงค์อาชญากรรมข้างถนนในย่านสลัมที่มีชื่อว่า " Cidade de Deus" หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า " เมืองแห่งพระเจ้า "(City of God) 


เป็นการเล่าผ่านมุมมองของร็อคเก็ต ( Rocket)เด็กหนุ่มที่เกิดและเติบโตในชุมชนแห่งนี้ แม้จะถูกขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งพระเจ้า แต่ที่นี่กลับเต็มไปด้วยอันธพาลและแกงค์อิทธิพลท้องถิ่น พวกเขามักจะก่อเหตุปล้น วิ่งราว ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และค้ายาเสพติด จนไม่มีใครกล้าเข้ามาในชุมชนแห่งนี้เพราะที่นี่นับเป็นย่านที่อันตรายที่สุดของกรุงริโอ


 ร็อคเก็ตใช้ชีวิตแตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ เขามีความฝันที่อยากจะเป็นช่างภาพ ซึ่งการได้ใช้ชีวิตในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม ทำให้ร็อคเก็ตมีโอกาสได้ถ่ายภาพให้กับหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง ซึ่งภาพที่เขาถ่ายมานั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะทุกภาพเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ไม่มีนักข่าวคนใดจะเข้าไปถ่ายได้นอกจากร็อคเก็ตเพียงคนเดียว


บทวิจารณ์ : ★★★★★

หากอยากดูหนังที่มีสไตล์การเล่าเรื่องเฉพาะตัวและมุมกล้องที่แปลกตา ผมขอแนะนำให้ดูหนังสัญชาติบราซิลเรื่องนี้ ส่วนที่ผมชอบที่สุดใน City of God คือการเล่าเรื่องแบบไม่เวิ่นเว้อ เน้นความกระชับ รวดเร็ว งานภาพของหนังเรื่องนี้มีความหวือหวา งดงาม และทำสร้างความน่าสนใจให้กับหนังเป็นอย่างมาก นี่คือหนังแกงสเตอร์ที่แตกต่างและโดดเด่นที่สุดเรื่องนึงของวงการภาพยนตร์



     23. The Silence of the Lambs (1991)                                                                                                                Rating 8.6 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,259,234 คน


 ภาพยนตร์แนวลึกลับสยองขวัญที่ดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกัน นำแสดงโดยโจดี้ ฟอสเตอร์และแอนโทนี ฮ็อปกินส์  เป็นเรื่องของการสืบคดีเพื่อตามหาฆาตกรต่อเนื่องที่ใช้นามแฝงว่า "บัฟฟาโร่ บิล" 

เขาได้ก่อเหตุฆาตกรรมหญิงสาวหลายรายอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งรายล่าสุดก็คือลูกสาวของวุฒิสมาชิกรายหนึ่ง ทาง FBI เชื่อว่ายังมีเวลาที่จะช่วยเหยื่อรายนี้ได้ทัน หากรู้เบาะแสและพฤติกรรมของคนร้ายก่อนที่เขาจะลงมือฆ่าเธอ

ซึ่งการสืบหาต้องอาศัยความร่วมมือจาก ดร.ฮันนิบาล เลคเตอร์ ฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นอดีตจิตแพทย์  เจ้าหน้าที่ฝึกหัดแคลลิช สตาร์ลิ่งจึงถูกส่งตัวมาพูดคุยกับ ดร.ฮันนิบาล เพื่อค้นหาเบาะแสของบัฟฟาโร่ บิลแน่นอนว่า ฮันนิบาล มีข้อมูลเกี่ยวกับบัฟฟาโล บิลจริง แต่ก่อนที่แคลลิชจะได้ข้อมูล เธอต้องเล่นเกมปั่นประสาทกับดร.ฮันนิบาลก่อน  ซึ่งมันก็คุ้มที่จะเสี่ยงเพราะเขาคือกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้ไขคดีนี้ได้สำเร็จ


บทวิจารณ์ : ★★★★★

หนังเรื่องนี้มีส่วนผสมที่ลงตัวหลายอย่าง ทั้งการเขียนบทที่ยอดเยี่ยม การสร้างคาแรคเตอร์ของตัวละครอย่าง ดร.ฮันนิบาล เลคเตอร์  ให้เป็นที่จดจำของผู้ชม ทั้งการแสดงอันยอดเยี่ยมของสองนักแสดงนำอย่างโจดี้ ฟอสเตอร์และแอนโทนี ฮ็อปกินส์ รวมไปถึงการตัดต่อ การลำดับภาพ มีการใส่ประเด็นทางจิตวิทยาลงไปเพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงด้านมืดของตัวละครมากขึ้น 

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ The Silence of the Lambsกลายเป็นหนังระทึกขวัญคลาสสิคระดับตำนาน การันตีคุณภาพด้วย 5 รางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , นักแสดงนำชายยอดเยี่ม , นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม , บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม 



     24. It's a Wonderful Life (1946)                                                                                                                        Rating 8.6 คะแนน จำนวนคนโหวต 397,989 คน


จะเกิดอะไรขึ้น ? หากเราไม่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ ขณะที่จอร์จ เบลีย์กำลังจะฆ่าตัวตายในคืนวันคริสต์มาสอีฟ เขาก็ได้พบกับ " แคลเรนซ์ " เทวดาชั้นสองที่สวรรค์ส่งลงมาเพื่อช่วยชีวิตเขา เหล่าเทวดาได้ติดตามชีวิตของจอร์จมาตั้งแต่เกิด ได้เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขา มีหลายเหตุการณ์ที่จอร์จได้ช่วยชีวิตคนอื่น ได้ทำให้ชาวเมืองมีบ้านเป็นของตนเอง แม้โชคชะตาทำให้เขาต้องลำบากแต่จอร์จก็ควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป 

และเพื่อให้จอร์จได้เห็นคุณค่าของชีวิต เทวดาจึงทำให้เขากลายเป็นบุคคลไร้ตัวตนที่ไม่มีใครรู้จัก จอร์จได้เห็นภาพของโลกที่ไม่มีเขา และนั่นก็ทำให้เขาค้นพบว่าการได้เกิดมานั้นมีคุณค่าเพียงใด ?


บทวิจารณ์ : ★★★★★

สำหรับใครก็ตามที่ต้องการกำลังใจเพื่อต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคในชีวิต คุณควรดูหนังเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ จะต้องชื่นชอบและยกให้ It's a Wonderful Life เป็นหนึ่งในหนังเรื่องโปรดอย่างแน่นอน  

นี่คือหนังสร้างแรงบันดาลใจที่จะทำให้เรามองเห็นคุณค่าของชีวิต แม้หนังจะมีอายุมากกว่า 74 ปีแล้ว แต่ความดีงามของหนังก็อยู่เหนือกาลเวลาจนถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดตลอดกาลจากการจัดอันดับของหลายสถาบัน  แม้กระทั่ง สตีเวน สปีลเบิร์ก ยังเคยให้สัมภาษณ์ถึงหนังเรื่องนี้ว่า เขามักจะดู  It's a Wonderful Life เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำหนังเรื่องใหม่อยู่เสมอ 



     25. Star Wars: Episode IV - A New Hope (1977)                                                                                           Rating 8.6 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,221,784 คน


เมื่อเจ้าหญิงเลอา ผู้นำกองทัพพันธมิตรกบฎถูกยานของดาร์ธเวเดอร์จับกุมได้ เธอจึงตัดสินใจนำข้อมูลลับฝากไว้กับหุ่นยนต์รับใช้สองตัว คือ R2-D2 และ C-3PO เพื่อให้พวกมันนำแผนผังของดาวมรณะซึ่งเป็นอาวุธทรงอานุภาพของฝ่ายจักวรรดิผู้ชั่วช้าไปส่งต่อให้กับอดีตนักรบเจไดนาม โอบีวัน เคโนบี ซึ่งหุ่นทั้งสองได้ตกลงมาที่ดาวแห่งหนึ่งและได้พบกับ ลุค สกายวอล์คเกอร์ ลุคตัดสินใจเดินทางไปพบกับโอบีวัน และได้ฝึกฝนตนเองให้เป็นนักรบเจได ตามโอบีวันและพ่อของเขา เพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิงเลอาร่วมกับฝ่ายพันธมิตรกบฎ


บทวิจารณ์ : ★★★★★

นี่คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ในตำนานก่อนที่จะมีภาคต่อตามมาอีกมากมาย  Star Warsเป็นหนังที่สนุก ครบรส โดยเฉพาะในภาคนี้เราจะได้เห็นความน่ารักและขี้เล่นของหุ่นยนต์เพื่อนรักทั้งสอง คือ R2-D2 และ C-3PO ที่สร้างสีสันให้กับหนังอย่างมาก เป็นความบันเทิงแบบจัดเต็ม ที่ผู้ชมจะได้น่าตื่นเต้นตระการตากับฉากแอ็คชั่นที่โดดเด่นและภาพซีจีที่สวยงามจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือหนังที่สร้างมา 43 ปีแล้ว ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่ลงตัว ก็ไม่แปลกใจเลยที่หนังเรื่องนี้จะกลายเป็นหนังโปรดของใครหลายๆคน 



     26. Saving Private Ryan (1998)                                                                                                                       Rating 8.5 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,225,210 คน


เรื่องราวของ Saving Private Ryan อ้างอิงจากเหตุการณ์ยกพลขึ้นบกในวันดีเดย์ ที่นอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  เมื่อร้อยเอกจอห์น มิลเลอร์ ได้รับภารกิจให้ตามหาพลทหารเจมส์ ไรอันเพื่อพาเขากลับมาหาครอบครัวให้ได้อย่างปลอดภัย โดยก่อนหน้านี้สามพี่น้องตระกูลไรอันได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ หาดโอมาฮ่า ทำให้เหลือเพียง เจมส์ ไรอัน ที่ยังมีชึวิตอยู่ท่ามกลางแนวรบของข้าศึก

ทางกองทัพต้องการตอบแทนบุญคุณแม่ของไรอันด้วยการนำลูกชายคนสุดท้องกลับคืนมา เพื่อชดเชยกับการที่เธอต้องสูญเสียลูกชายไปในสงครามถึงสามคน ร้อยเอกจอห์น มิลเลอร์ นำลูกทีมทั้ง 7 คน มาปฎิบัติภารกิจเสี่ยงตายครั้งนี้ ท่ามกลางความสงสัยของคนในทีมว่า ทำไมต้องเสี่ยงชีวิตคนส่วนใหญ่เพื่อช่วยคนเพียงคนเดียว 


บทวิจารณ์ : ★★★★★

นี่คือหนังสงครามที่ผมชอบที่สุด การดูหนังเรื่องนี้เหมือนได้พาตัวเองไปอยู่ในสนามรบ เพราะทุกฉาก ทุกเหตุการณ์มีความสมจริงเป็นอย่างมาก และด้วยที่มันความสมจริงก็ทำให้เราได้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม

แม้ว่าในความโหดร้ายนั้นจะมีผู้คนที่พยายามเอาชีวิตรอด มีคนที่เสียสละเพื่อช่วยผู้อื่น แต่สงครามก็ยังเต้มไปด้วยความโหดร้าย เพราะมันได้พรากชีวิตผู้คนไปจากคนที่เขารัก และนั้นคงเป็นสิ่งที่สปีลเบิร์ก(ผู้กำกับ)ต้องการจะสื่อสารกับคนดูผ่านหนังเรื่องนี้




     27. Spirited Away (2001)                                                                                                                                  Rating 8.5 คะแนน จำนวนคนโหวต 643,178 คน


ขณะที่ " ชิฮิโร่ โอกิโนะ "และพ่อแม่ของเธอกำลังเดินทางย้ายบ้าน พ่อของชิฮิโร่ได้ขับรถหลงเข้าไปในอุโมงค์แห่งหนึ่ง พวกเขาเดินเข้าไปสำรวจที่นั่นและได้พบกับร้านอาหารที่เต็มไปด้วยของน่ากิน น่าแปลกที่ร้านนี้ไม่มีใครอยู่เลย ไม่มีแม้กระทั่งเจ้าของร้าน พ่อแม่ของชิฮิโร่จึงถือวิสาสะกินอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าโดยไม่ขออนุญาต 

ระหว่างนั้นชิฮิโร่ก็เดินสำรวจบริเวณนั้นจนไปพบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เขาตกใจมากเมื่อเห็นชิฮิโร่ เด็กชายคนนั้นบอกให้เธอและครอบครัวรีบกลับออกจากสถานที่นี้ให้เร็วที่สุด ชิฮิโร่จึงกลับไปหาพ่อแม่ของเธอก่อนจะพบว่าทั้งสองคนได้ถูกสาปให้กลายเป็นหมูไปแล้ว ชิฮิโร่จึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในมิติลี้ลับนี้ต่อไปเพื่อหาหนทางที่จะทำให้พ่อแม่ได้กลับมาเป็นคนและเธอจะได้พาพวกเขากลับไปใช้ชีวิตบนโลกใบเดิมอีกครั้ง


บทวิจารณ์ : ★★★★★

เจมส์ คาเมรอน สุดยอดผู้กำกับฮอลลีวู้ดได้กล่าวชมหนังเรื่องนี้ว่า " Beauty,Power,Mystery and above all,Heart" - งดงาม ทรงพลัง ลึกลับและเหนือสิ่งอื่นใดคือจิตใจ ผมชอบคำชมของเจมส์ คาเมรอนมาก เพราะมันนิยามความเป็น Spirited Away ได้อย่างครบถ้วน นี่คืองานอนิเมชั่นที่มีสไตล์และเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของสตูดิโอจิบลิ มีความสวยงามทั้งภาพ เรื่อง ดนตรีประกอบ พร้อมทั้งประเด็นในหนังที่ผ่านการตีความมาอย่างตกผลึก ผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ นี่คืออนิเมชั่นที่จะดูให้สนุกก็ดี ดูให้มีสาระก็ได้ 




     28. The Green Mile (1999)                                                                                                                                 Rating 8.5 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,136,312 คน


พอล เอดจ์คอมบ์ อดีตหัวหน้าผู้คุมนักโทษประหารที่ Cold Mountain Penitentiary ได้เล่าเรื่องราวของเขาให้อีเลน คอนเนลลี่ เพื่อนหญิงที่พักอยู่ในบ้านพักคนชราฟังว่า เขาเคยดูแลนักโทษประหารคนหนึ่งชื่อ " จอห์น ค็อฟฟี่ " เป็นชายร่างยักษ์ ผิวสี ที่ถูกจับมาด้วยคดีฆาตกรรมเด็กหญิง  บนเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา เขาไม่เคยรู้สึกผูกพันกับนักโทษคนไหนเท่าค็อฟฟี่มาก่อนเลย 

แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูน่ากลัว แต่นิสัยของจอห็น ค็อฟฟี่กลับตรงกันข้าม เขาทั้งสุภาพ สงบและละอ่อนโยนเกินกว่าจะทำร้ายใครได้ ยิ่งไปกว่านั้นค็อฟฟี่ยังมีพลังพิเศษที่สามารถช่วยเหลือและรักษาความเจ็บป่วยได้ เหตุใดชายผู้อ่อนโยนคนนี้จึงกลายเป็นฆาตกร ? หรือแท้จริงแล้วเขาคือผู้บริสุทธิ์ ค้นหาคำตอบได้จาก "The Green Mile"ปาฏิหาริย์แดนประหาร


บทวิจารณ์ : ★★★★★

The Green Mile เป็นหนังที่แปลกมากสำหรับผม คือ มันเป็นหนังดราม่าที่หดหู่แต่ไม่เศร้า เป็นหนังแฟนตาซีที่เพ้อฝันแต่สมจริง (งงไหมครับ) ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ จะต้องตกหลุมรัก" จอห์น ค็อฟฟี่ "อย่างแน่นอน เพราะไมเคิล คาร์ค ดันแคน (Michael Clarke Duncan)แสดงได้ดีมากๆ ส่วนทอม แฮงค์ นั้นการันตีฝีมืออยู่แล้ว 


ถ้าคุณชอบ The Shawshank Redemption หนังเรื่องนี้ก็ให้อารมณ์ที่คล้ายกัน เพราะหนังพูดถึงมิตรภาพที่เกิดขึ้นในคุก จุดเด่นของ The Green Mile ที่ต่างจากชอว์แชงค์ก็คือการเล่าเรื่องที่น่ารัก เข้าใจง่าย ไม่ดราม่าหนักอึ้งเหมือนชอว์แชงค์ เป็นหนังที่ซาบซึ้ง อิ่มเอมและน่าประทับใจมาก  ใครยังไม่เคยดู ขอแนะนำเลยครับ (มีให้ดูใน Netflix)



     29. Interstellar (2014)                                                                                                                                     Rating 8.5 คะแนน จำนวนคนโหวต 1,492,055 คน


เรื่องย่อ : เมื่อโลกต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางอากาศและมีแนวโน้มที่จะล่มสลายในไม่ช้า ทำให้คูเปอร์ อดีตนักบินอวกาศของนาซ่าที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรต้องกลับมาปฏิบัติภารกิจค้นหาดาวเคราะห์ดวงใหม่เพื่อเตรียมการอพยพมนุษย์โลกไปยังดาวดวงใหม่ แต่ปัญหาสำคัญคือเรายังไม่มีความรู้และเทคโนโลยีเพียงพอที่จะเดินทางข้ามกาแล็คซี่  


โอกาสดูเหมือนจะริบหรี่ แต่แล้วศาสตราจารย์ จอห์น แบรนด์ ผู้ดูแลสถานีวิจัยลับของนาซ่าก็มองเห็นโอกาส เมื่อเขาพบดาวเคราะห์สามดวงที่อาจจะอพยพผู้คนไปใช้ชีวิตที่นั่นได้ ซึ่งดาวทั้งสามดวงนี้โคจรอยู่ในอีกแกแล็คซี่นึง ต้องเดินทางผ่านทางรูหนอนที่เกิดขึ้นใกล้กับดาวเสาร์ โดยข้อสันนิษฐานของศาสตราจารย์จอห์น แบรนด์ คือ รูหนอนนี้อาจเกิดจากการสร้างของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพื่อต้องการช่วยชาวโลก ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ทำให้คูเปอร์ต้องจากลูกของเขาไปนานหลายปี หรือ อาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลย เป็นการเดินทางที่ไม่รู้จุดหมายปลายทาง ?  ไม่รู้ว่าจะเจออะไรระหว่างทาง ? แต่เขาก็ต้องทำเพราะนั่นเป็นทางรอดทางเดียวของมนุษยชาติ


บทวิจารณ์ : ★★★★★

ความดีงามของ interstellarคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างเรื่องราวและความเป็นวิทยาศาตร์ หนังได้นักฟิสิกส์ชั้นนำของโลกอย่าง คิป ทอร์น มาเป็นที่ปรึกษา ทำให้ทุกรายละเอียดในหนังเป็นไปตามทฤษฎีฟิสิกส์สมัยใหม่

แม้จะแฝงด้วยประเด็นทางวิทยาศาสตร์แต่สิ่งที่โดดเด่นของ interstellar กลับเป็นเรื่องของการถ่ายทอดอารมณ์ ความรักความผูกพันของพ่อลูก หนังมีมิติที่ลุ่มลึกทั้งในเรื่องของชีวิต ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ไปจนถึงเรื่องของอวกาศ กาลเวลา หลุมดำและมิติที่ 5 ทั้งหมดนี้ถูกร้อยเรียงเข้ากันได้อย่างลงตัว สมบูรณ์แบบ นี่คือหนังไซไฟที่ควรดูให้ได้สักครั้งในชีวิต



     30. Parasite (2019)                                                                                                                                            Rating 8.5 คะแนน จำนวนคนโหวต 524,782 คน


Parasite เป็นเรื่องราวอลหม่านของครอบครัวที่มีฐานะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยแบ่งเป็นครอบครัวฝั่งจนที่มี พ่อ แม่ ลูกชาย และ ลูกสาว อยู่ในห้องรูหนูอับแสงชั้นใต้ดินในกรุงโซล พวกเขาไม่มีอาชีพการงานแน่นอน ต้องพับกล่องกระดาษขายไปวันๆ ครอบครัวฝั่งรวยก็มีโครงสร้างสมาชิกไม่ต่างกัน แต่ความเป็นอยู่ดีกว่าลิบลับ พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านใหญ่โตที่มีคนรับใช้ มีรถหรู กินอยู่สบาย

แล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้น เมื่อลูกชายของบ้านฝั่งจนได้มีโอกาสเข้ามาเป็นติวเตอร์ให้กับลูกสาวของบ้านฝั่งรวย เขาค่อยๆแทรกซึมเข้ามาในครอบครัวคนรวย โดยการให้น้องสาวเข้ามาเป็นครูสอนศิลปะปลอมๆให้กับลูกคนเล็กของบ้านฝั่งรวย นอกจากนี้ยังสร้างอุบายหลอกจนพ่อของเขาได้มาเป็นคนขับรถ แม่ได้มาเป็นแม่บ้าน  พูดง่ายๆก็คือ สมาชิกจากบ้านคนจนทั้งหมดได้เข้ามาทำงานในบ้านคนรวย ประหนึ่งเป็น “ปรสิต” ที่คอยเกาะกินผลประโยชน์จากครอบครัวฝั่งรวยนั่นเอง


บทวิจารณ์ : ★★★★★

เป็นหนังเกาหลีที่มีสไตล์การเล่าเรื่องน่าสนใจมาก หนังเสียดสี ประชดประชันเรื่องความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมได้อย่างเจ็บแสบ ผู้กำกับใส่สัญลักษณ์ต่างๆเข้าไปในหนังและเลือกที่ใช้สิ่งนั้นได้อย่างคุ้มค่า

สิ่งที่ผมชอบมากใน Parasite คือ เนื้อเรื่องที่พลิกผันและคาดไม่ถึง ผมไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลยทำให้รู้สึกตื่นเต้นและกระตุ้นความสนใจให้อยู่กับหนังตลอดเวลา คงไม่ต้องชมอะไรมาก เพราะ Parasite เป็นหนังที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากอยู่แล้วในฐานะหนังเกาหลีใต้ที่ได้รางวัลออสการ์เรื่องแรก เอาเป็นว่าถ้ายังไม่ได้ดูก็หามาดูเถอะครับ






Share:

แสดงความคิดเห็น

Copyright © หนังหลายมิติ. Designed by OddThemes